าชา! ดังกึกก้องไปทั่วห้อง!
หลี่เซียวรู้สึกได้ว่าอ้อมแขนของโจวหานจิ้นที่โอบเธอไว้แน่นขึ้นเรื่อยๆ…
“อุ๊ย!” เธออุทานเบาๆ ก่อนจะกดหยุดเพลง แล้วมองไปที่โจวหานจิ้น
“นายทำฉันเจ็บนะ”
“ขอโทษ”
โจวหานจิ้นสีหน้าไม่สู้ดี ราวกับคนเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น
หลี่เซียวรู้ดีว่าโจวหานจิ้นถูกกระทบกระเทือนจิตใจไม่น้อย เพราะแม้แต่เธอยังรู้สึกว่าเพลงนี้แรงใช่ย่อย จึงปลอบเขาเบาๆ
“จริงๆ นายก็เก่งอยู่แล้วนะ แค่ไปตี้ดูเหมือนจะ เออ เพลงนี้นะมัน…”
แรงไปหน่อย? หลี่เซียวไม่แน่ใจว่าคำพูดนี้ใช้อธิบายถูกต้องหรือเปล่า
ครุ่นคิดสักพักจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า
“งั้นครั้งหน้าก่อนปล่อยเพลง เราเลี่ยงเขาหน่อยดีไหม?
ถึงฉันจะรู้ว่านายกับไปตี้สูสีกัน ก็เถอะ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมาพัวพันกับเขาตลอดหรอกจริงไหม?”
เลี่ยงเขา? พัวพันกับเขา?
โจวหานจิ้นแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
ฉันไม่ได้อยากไปหาเขาสักหน่อย ฉันไม่ได้อยากพัวพันกับเขาเลยด้วยซ้ำ
แต่เขาเป็นฝ่ายมาหาฉันต่างหาก หมอนั่นนะอยากพัวพันกับฉัน
โอยจะบ้าตาย ไอ้ไปตี้นี่มันเกินไปแล้วนะ จะตามเล่นงานฉันอะไรนักหนา
ฉันไปทำอะไรให้ถึงได้มาระรานกันแบบนี้!
ก็แค่ชนะนายครั้งเดียวเองไม่ใช่เหรอ? แก้แค้นฉันครั้งหนึ่งแล้วยังไม่พออีกเหรอ?
ทำไมยังมาอีก! เพลงนี้นายเขียนออกมาได้ยังไง? เพลงระดับนี้นายก็เขียนออกมาได้ยังไง?
ทำไมสู้กับฉันทีไรปล่อยเพลงโหดๆ แบบนี้ทุกทีเลย!
เอาเถอะ จริงๆ แล้วโจวหานจิ้นเองก็รู้ว่า การที่ทั้งส