ยนี้ควรเก็บไว้ใช้ทีหลัง
แต่ตอนนี้ต้องรอให้ตลาดย่อย ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ เสียก่อน ถึงเวลานั้นค่อยตัดสินใจแบบจริงจังอีกที
เวลานี้เข้าสู่ช่วงกลางเดือนเมษายนแล้ว เย็นนี้เจียงเฉิงโทรมา
“เจ้านายครับ ยอดขาย ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ของพวกเราทะลุหนึ่งล้านแล้วนะครับ! แค่ไม่กี่วันเอง แซง ‘รวมเรื่องสั้นของปู่เยโหว’ ไปแล้ว ตอนนี้ปู่เยโหวเรียกได้ว่าเป็นนักเขียนหนังสือขายดีแล้ว ค่าลิขสิทธิ์จะเยอะขนาดไหนเนี่ย มากกว่าการลงตีพิมพ์เรื่องสั้นในนิตยสารหลายเท่าเลยนะครับ!”
ความดีใจของเจียงเฉิงเผยออกมาจนปิดไม่มิด หลินจือไปกลับไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อย
แนวดาร์กสยองขวัญ ระทึกขวัญพวกนั้นสร้างแฟนคลับตัวยงได้ง่ายก็จริง แต่ด้วยข้อจำกัดของเนื้อหา ยอดขายไม่มีทางเทียบกับ ‘ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ’ ได้อยู่แล้ว
หลังจากคุยกันเรื่องนิยายจบ เจียงเฉิงก็เอ่ยขึ้นว่า
“ตอนนี้รายการ I Am a Singer ซีซันแรกจบแล้ว รายได้จากฝั่งนั้นเลยลดลงไปมาก จากนี้เจ้านายมีแผนหรือโปรเจกต์อะไรต่อไหมครับ?”
“ผมกำลังคิดอยู่” หลินจือไปถามว่า “ฝั่งพี่เป็นไงบ้างครับ?”
เจียงเฉิงหัวเราะ “ช่วงนี้มีบริษัทติดต่อมาขอร่วมมือเยอะมากเลยครับ แต่ทุกเจ้าต่างก็อยากร่วมทำรายการวาไรตี้กับคุนเผิงทั้งนั้น…”
หยุดไปครู่หนึ่ง เจียงเฉิงเหมือนจะเดาอะไรได้ “เจ้านายมีแผนรายการวาไรตี้ใหม่อยู่ในมือเหรอครับ?”
หลินจือไปตอบ “อืม” เบาๆ “กำลังคิดอยู่ว่าจะร่วมมือ