อบแล้วกัน แน่นอนว่าเงื่อนไขคือคุณภาพต้องผ่านเกณฑ์ ไม่งั้นไม่ผ่านฝ่ายตรวจสอบของบริษัท เรื่องนี้พ่อในฐานะผู้กำกับมีสิทธิ์ตัดสินใจได้แค่ครึ่งเดียว
น้ำดีไม่ไหลออกนอกนา ละครที่บริษัทถ่ายทำ เพลงประกอบก็ย่อมต้องมอบหมายให้คนในบริษัทเป็นคนทำ ตรงนี้ย่อมมีผลประโยชน์แฝงอยู่
ดังนั้นพ่อกับพี่สาวต่างก็หวังว่า ‘ไปตี้’ ซึ่งก็คือหลินจือไปจะได้เข้ามารับส่วนแบ่งนี้ ยังไงคนในครอบครัวก็ต้องช่วยเหลือกัน
อึก! หลินจือไปชะงักไปหลายวินาที จากนั้นก็ตบหน้าผากอย่างแรง เขาดันลืมเรื่องเพลงประกอบ ‘The Knockout’ ไปได้ยังไงเนี่ย?
โชคดีที่ละครเรื่องนี้พ่อเป็นผู้กำกับ ละครที่พ่อกำกับ แน่นอนเรื่องเพลงประกอบก็ต้องไปหาพี่สาว และพี่สาวก็ต้องนึกถึงเขาอยู่แล้ว
ถ้าไม่มีความเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่แบบนี้ แล้วตัวเองที่ยังไม่รู้เรื่องรูราวอะไร เพลงประกอบของ ‘The Knockout’ ไม่ถูกมอบให้คนแต่งเพลงคนอื่นในเสินฮว่าทำไปแทนแล้วเหรอ?
เรื่องเงินเป็นเรื่องรอง ประเด็นหลักคือถ้ายกให้คนอื่นทำเพลงประกอบละครเรื่องนี้ ความเสี่ยงมันสูงเกินไป
หลินจือไปมีต้นฉบับเพลงประกอบอยู่ในมือแล้ว แน่นอนว่าควรทำเอง
เขาตอบตกลงทันที จากนั้นพ่อก็โทรมาหา หลินตงไม่รู้เลยว่าละคร ‘The Knockout’ เรื่องนี้ ความจริงเป็นฝีมือของลูกชายตัวเอง เขาจึงเล่าเรื่องย่อให้ฟังไม่หยุด ส่วนหลินจือไปก็ได้แต่แกล้งทำเป็นตั้งใจฟัง
“พอไหวไหม?” เล่าจบหลินตงถามด้วยความสงสัย
หลินจือไปกล่าวว่า “ผ