ี่ห้องเตรียมตัวหลังเวที จางซีหยางที่กำลังหลับตาพักจิตใจอยู่ลืมตาขึ้นทันที
สายตาคู่นั้นคล้ายมีประกายบางอย่างที่สะกดคนได้อย่างน่าประหลาด
ผู้จัดการที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทั้งประหม่าและตื่นเต้นไปพร้อมกัน
“ถึงคิวคุณแล้วครับ!”
จางซีหยางพยักหน้าเล็กน้อย ยังคงไม่แสดงสีหน้ามากนัก
ขณะเดินผ่านทางเดินไปยังเวที กล้องของทีมถ่ายทำก็จับภาพเขาตลอด
หน้าจอโทรทัศน์ บนโลกออนไลน์:
‘จางซีหยางคืนนี้ดูมีออร่าน่าเกรงขามแบบอธิบายไม่ถูกเลย เมื่อกี้ตอนที่เขาลืมตา ฉันตกใจสะดุ้งเลย!’
‘แววตาอย่างกับคมมีด!’
‘ใครทำให้จางซีหยางโกรธเหรอ?’
‘คงเป็นเพราะคำพูดของพวกผู้เชี่ยวชาญในเน็ตที่ทำให้จางซีหยางไม่สบอารมณ์ละมั้ง ใครจะไปดีใจได้ การแข่งยังไม่เริ่มก็โดนวิจารณ์ซะยับแล้ว?’
‘จางซีหยางสู้ๆ!’
‘สั่งสอนผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นเลย!’
‘ถึงเพลงของไปตี้จะเป็นแนวโทนต่ำเสียงเบา แต่ฉันคิดว่าจางซีหยางสามารถรร้องออกมาให้ต่างจากคนทั่วไปได้ ความสามารถของเขาน่ะมันชัดอยู่แล้ว!’
‘แต่ยังไงจางซีหยางก็ดูแปลกไปนะ’
‘ตอนนี้ฉันเริ่มเป็นห่วงสภาพจิตใจเขาแล้วสิ’
‘เมื่อก่อนจางซีหยางก็มักจะยิ้มแย้มตลอด อย่างน้อยก็ยังดูเป็นมิตรกับคนรอบข้าง แต่วันนี้เขากลับดูเหมือนปิดตัวเองอยู่ในโลกส่วนตัวเลย’
ทุกคนต่างดูออก แต่ผู้ชมในฮอลล์ไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังเวที จึงไม่รู้เลยว่าวันนี้จางซีหยางอยู่ในบรรยากาศกดดัน
พอเขาขึ้นเวที ทุกคนก็พากันปรบมือเสียงดังด้วยความ