งจัง ความจริงแล้วเขาเองก็เริ่มรู้สึกไม่ไหวเหมือนกัน รั้วไม้ต้องมีสามเสาหลัก ยอดนักสู้ต้องมีสามพวกพ้อง งานมากมายเป็นร้อยแปดพันอย่างจะให้เขาดูแลทุกเรื่องคนเดียวย่อมเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เพียงแต่ความสำเร็จที่ได้รับมาเรื่อยๆ ทำให้เขามีแรงฮึดมุ่งมั่น จนมองข้ามความเหนื่อยล้าของตัวเองไป
“รายละเอียดต่างๆ ให้พี่จัดการได้เลย”
หลินจือไปพูดเสียงเรียบ “ตอนนี้บริษัทเราทำกำไรได้ไม่น้อยพอดี พี่เบิกเงินหนึ่งล้านไปซื้อรถดีๆ ได้เลยนะ แค่ไม่เกินหนึ่งล้าน คุนเผิงจะออกให้ทั้งหมด”
“ขอบคุณครับเจ้านาย!”
เจียงเฉิงทั้งตื้นตันทั้งตื่นเต้น
หลินจือไปยิ้มเล็กน้อย นี่เป็นทั้งการให้รางวัลความดีความชอบและสร้างทีมไปพร้อมๆ กัน เจียงเฉิงตอนนี้เป็นตัวแทนของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ การออกไปพบปะเจรจาธุรกิจ ไม่มีรถดีๆ ยังพอว่า แต่ถ้าข้างกายไม่มีแม้แต่ผู้ช่วยสักคนอย่างไรก็ดูไม่เหมาะสม
“งั้นเอาแบบนี้ครับ”
เจียงเฉิงพูดถึงแผนของเขาว่า “เริ่มจากการจ้างคนขับรถก่อน ให้ช่วยจัดการเรื่องเดินทางของผม ต่อไปจะจ้างผู้ช่วยอีกคนเพื่อมาช่วยงานจิปาถะ เราจะใช้แนวทางทีมเล็กแต่มีประสิทธิภาพ ค่อยๆ สังเกตว่าใครเหมาะสมและไว้ใจได้ เพราะคนที่เรารับเข้ามาในช่วงแรกของคุนเผิงอาจจะกลายเป็นกำลังสำคัญของบริษัทในอนาคตครับ”
“อืม”
หลินจือไปครุ่นคิดก่อนตอบว่า “คนแค่นี้ยังไงก็ไม่พอแน่ แต่พี่ค่อยๆ รับเพิ่มไปก็ได้ แค่ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก็พอ ตอนนี้ดูจากขนาดของคุนเผ