ิง อย่างน้อยพี่ควรมีสักสามถึงห้าคนมาช่วยงานนะ”
“ได้ครับ ว่าแต่…”
เจียงเฉิงพูดถึงเรื่องงานอีกอย่าง “ทางฝ่ายวาไรตี้ของนาเซินเอ็นเตอร์เทนเมนต์อยากซื้อขาดลิขสิทธิ์ ‘I Love Lyrics’ ในซีซันต่อๆ ไป เจ้านายคิดว่าน่าสนใจไหมครับ?”
“เสนอราคาเท่าไหร่ครับ?”
“นอกจากส่วนแบ่งของซีซันแรกแล้ว เขายินดีจ่ายเพิ่มอีกแปดล้าน ผมยังไม่ได้ตอบตกลง ถ้าเจรจากับนาเซินดีๆ คาดว่าจะทำเงินจากรายการนี้ได้ไม่เกินยี่สิบล้านครับ”
“ไปคุยได้เลยครับ”
หลินจือไปคิดว่าตัวเลขนี้รับได้
เพราะหลินจือไปรู้ดีว่า ‘I Love Lyrics’ จะไม่ได้อยู่ในกระแสตลอดไป การขายขาดลิขสิทธิ์แล้วปล่อยให้นาเซินดูแลต่อก็เป็นทางเลือกที่ดี หากเลือกส่วนแบ่งรายได้ระยะยาวก็คงได้มากกว่านี้ แต่กว่าจะได้เงินครบก็ต้องใช้เวลาหลายปี ซึ่งตอนนั้นเขาอาจไม่สนใจเงินก้อนนี้อีกแล้วก็ได้ ดังนั้นการได้เงินสดมาเลยตอนนี้ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า มีเงินในบัญชีจะทำอะไรก็สะดวกกว่าเยอะ
ส่วน ‘I Am a Singer’ ยังคงแบ่งกำไรกับเสินฮวากรุ๊ปต่อไป
เพราะรายการนี้ยังมีศักยภาพอีกมาก ซีซันต่อๆ ไปก็น่าจะยังได้รับความนิยมต่อเนื่อง พูดง่ายๆ ก็คือมันสามารถทำเงินได้อีกยาวนาน เว้นแต่ว่าเสินฮวากรุ๊ปจะยอมทุ่มเงินมหาศาลซื้อขาดไปเลย ไม่อย่างนั้นอย่างไรก็คงต้องใช้รูปแบบแบ่งส่วนแบ่งรายได้
และหลังจากรายการวาไรตี้ประสบความสำเร็จติดๆ กันสองรายการ คุนเผิงก็สร้างชื่อเสียงในฐานะบริษัทผู้วางแผนและผลิตรายการวา