ตอนที่ 90 น่าเซินจะล้มไม่เป็นท่า?
ทางน่าเซินตกลงอย่างรวดเร็วกับข้อเสนอของปู่เยโหวในการรวมเรื่องสั้นทั้งหมดเพื่อตีพิมพ์
แต่อีกฝ่ายแนะนำว่าหากจะรวมเล่มตีพิมพ์ ควรเขียนคำนำไว้ที่หน้าปกในด้วย
เรื่องนี้เจียงเฉิงแสดงความคิดเห็นว่า
“เราไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบคำนำก็ได้ อาจจะเป็นคำนำเรื่องหรืออย่างอื่นก็ได้
ขอแค่เขียนอะไรที่สอดคล้องกับเรื่องสั้นพวกนี้ก็พอ
ถ้าเจ้านายคิดอะไรไม่ออกก็เขียนคำฝากถึงผู้อ่านง่ายๆ ก็ได้ครับ”
“ผมจะลองคิดดู”
นี่เป็นครั้งแรกที่ปู่เยโหวออกหนังสือ
ถึงแม้จะเป็นรวมเรื่องสั้นซึ่งส่วนใหญ่ผู้อ่านเคยเห็นในการตีพิมพ์รายตอนกันมาบ้างแล้ว
แต่หลินจือไปก็ยังอยากให้มันออกมาดีที่สุด
เขาจึงพยายามคิดถึงลักษณะของเรื่องสั้นเหล่านี้
มืดมน?
กดดัน?
เย็นชา?
แฝงความอบอุ่น?
ขณะที่เขารำลึกถึงเอกลักษณ์ของเรื่องสั้นเหล่านี้ หลินจือไปก็เงียบไปนานระหว่างคุยโทรศัพท์
สุดท้ายก็เอ่ยเบาๆ ว่า
“ความมืดมอบดวงตาสีดำแก่ฉัน แต่ฉันกลับใช้มันแสวงหาแสงสว่าง”
วลีคลาสสิก!
จากกวี ‘คนรุ่นหนึ่ง’ ของกูเฉิง!
นี่น่าจะเป็นหนึ่งในบทกวีที่สั้นที่สุด แต่พลังของมันกลับยิ่งใหญ่มาก
ความหมายประมาณว่าแม้ฉันจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายก็ยังคงมองหาแสงสว่าง
สื่อถึงความหวังในการมีชีวิต และการไม่ยอมจำนนต่อความยากลำบาก
โชคดีที่หลินจือไปยังจดจำบทกวีในชาติที่แล้วได้บ้าง จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบ
ประจวบเหมาะที่ในแง่หนึ่งของประโยคนี้เข้าก