งไม่ได้ที่จะมีเปลือกเมล็ดแตงโมและถั่วลิสงกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
พ่อก็กลับมาบ้านเช่นกัน ช่วงนี้พ่อไปถ่ายละครต่างถิ่น ไม่ค่อยได้กลับบ้าน
ในขณะที่ทุกคนนั่งดูงานชุนหว่านและคุยเล่นกัน พ่อก็พูดถึงเฟิงซั่วกับหลินจือไปขึ้นมาว่า
“เพื่อนร่วมห้องของลูกคนนี้มีพรสวรรค์ดีนะ พ่อให้เขาไปเป็นผู้ช่วยช่างภาพ ทำงานได้ดีมากทีเดียว”
เฟิงซั่วถูกหลินจือไปแนะนำไปร่วมกองถ่ายละครแล้ว ในโทรศัพท์ยังมีข้อความอวยพรปีใหม่จากเฟิงซั่ว
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เฟิงซั่ว ยังมีเจียงเฉิง จางซีหยาง หลินโสวจัว หยิ่นตงหน่วน และคนอื่นๆ
ส่งคำอวยพรมาเช่นกัน
ในขณะที่หลินจือไปกำลังพูดคุยกับครอบครัว เขาก็ตอบกลับข้อความเหล่านั้นไปด้วย
เขารู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ ตรุษจีนที่ผ่านๆ มาไม่คึกคักขนาดนี้
บรรยากาศคึกคักดำเนินไปจนถึงวันที่สาม
พ่อกลับไปกองถ่ายเพื่อถ่ายละครต่อ ส่วนหลินเชิ่งเทียนก็เริ่มทำงานแล้ว
วันนี้เป็นวันบันทึกเทปรายการ ‘I Am a Singer’ ตอนแรกอย่างเป็นทางการ
หลินจือไปนั่งอยู่ตรงที่นั่งผู้ชม ในสถานที่ถ่ายทำมีผู้ชมราวๆ ห้าร้อยคน
ซึ่งก็คือคณะกรรมการสาธารณะนั่นเอง พวกเขาจะเป็นคนลงคะแนนโหวตให้เหล่านักร้อง
แน่นอนว่าหลังจากฟังเพลงจบ
ผู้ชมในที่นี้มีทุกช่วงวัย ทั้งวัยหนุ่มสาว วัยกลางคน แม้แต่วัยสูงอายุก็มีอยู่ไม่น้อย
หลายคนมากันเป็นกลุ่ม ก่อนเริ่มรายการก็กระซิบกระซาบพูดคุยกัน
“มีนักร้องคนไหนมาแข่งบ้างเนี่ย?”
“ไม่รู้เหมือนกัน