สน์เฉิงหนานในครั้งนั้น อีกฝ่ายก็มีส่วนร่วมด้วย หลินจือไปจำขึ้นใจมาตลอด
“ยังเรียนอยู่สินะ ร่างกายหายดีหรือยังละ?”
หลินเป้าพูดด้วยรอยยิ้มเยาะ
“ตั้งใจเรียนพัฒนาตัวเองทุกวันละ”
หลินจือไปกลับยกมือแตะมุมปากเบาๆ
“รอยแผลนี่ยังอยู่เลยนะ ลุงรองลงมือไม่ปรานีจริงๆ”
รอยยิ้มหลินเป้าพลันแข็งค้าง
ตอนนั้นหลินจือไปบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล หลินตงเรียกร้องให้คุณปู่ชี้แจง
คุณปู่มองไปที่ลุงรอง จากนั้นลุงรองก็ลงมือกับหลินเป้าเสียอ่วม รอยแผลที่มุมปากของเขาก็เกิดจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นแหละ
หลินเป้าส่งเสียงฮึดฮัด ตบเอกสารลงบนโต๊ะพลางกล่าว
“เซ็นสิ”
หลินเชิ่งเทียนไม่อยากเสียเวลา หลังจากอ่านเนื้อความเสร็จก็เซ็นทันที
“เชิญออกไปได้เลย ไม่ส่งนะ”
“ยังไงฉันก็เป็นลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่านาย”
หลินเป้ายิ้มเหยียดหยัน
“ทำสีหน้าแบบนี้ให้ใครดูกัน?”
“จะเอายังไงละ สู้กันสักตั้งไหม?”
หลินเชิ่งเทียนมองหลินเป้า
หลินเป้าหยิบเอกสารแล้วก็เดินออกไป เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินเชิ่งเทียน หมอนี่บ้าการออกกำลังกายสุดๆ วันๆ เอาแต่ทำงานกับยกเวท
พอเดินถึงประตู หลินเป้าก็หันมายิ้มพลางกล่าวว่า
“หลินซีโชคดีนะที่มีไปตี้ในทีม เชิ่งเทียนแผนกนายละมีไปตี้บ้างหรือเปล่า?
ถ้าไม่มีใครมาช่วยกอบกู้ แผนกของนายก็คงไปไม่รอดแล้วมั้ง?
ฉันเดินเข้ามายังรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เงียบเหงาไร้ชีวิตชีวาเลย ต้องพยายามให้มากขึ้นแล้วละ”
“ไม่ใช่ว่าผมก็มาแล้วเหรอ?”
หล