ินเชิ่งเทียนกำลังจะพูด แต่หลินจือไปกลับเอ่ยปากขึ้นเสียก่อน
หลินเป้าผงะ ก่อนหัวเราะเยาะออกมา
“มันเกี่ยวอะไรกับนายละ?”
“เดาดูสิครับ”
หลินจือไปกะพริบตา
หลินเป้าขมวดคิ้ว กลับไม่พูดอะไรอีก เพียงแต่ตอนเดินออกไปจงใจปิดประตูเสียงดังปัง
“ดูเหมือนเขาคงยังไม่รู้ว่านายคือไปตี้”
หลินเชิ่งเทียนพูดขึ้น
หลินจือไปกล่าวอย่างยิ้มแย้ม
“ผมก็แปลกใจอยู่หน่อยๆ สมกับเป็นเจ้าโง่อันดับหนึ่งแห่งรุ่นสามของตระกูลหลิน
คนอื่นๆ คงรู้กันหมดแล้ว เดาว่าพวกนั้นคงแอบสร้างกรุ๊ปแชทเล็กๆ ไว้คุยกันลับหลัง ครอบครัวเราหลายกลุ่มเลย”
“ไม่เป็นไรหรอก”
หลินเชิ่งเทียนพูดเสียงต่ำ
“พวกเขาขวางพี่กับพี่สาวได้ แต่กลับขวางนายไม่ได้เลย”
นักแต่งเพลงหาเลี้ยงตัวด้วยพรสวรรค์ ไม่เหมือนหลินเชิ่งเทียนกับหลินซี หรือแม้แต่พ่อ ที่จำเป็นต้องพึ่งทรัพยากรต่างๆ นานา
“แต่เมื่อกี้พี่น่าจะซัดไปจริงๆ”
หลินจือไปพูดอย่างเสียดาย
“เขาสู้พี่ไม่ได้หรอก แถมพวกเรายังสองต่อหนึ่ง”
หลินเชิ่งเทียนหลุดขำ
“เป็นเด็กน้อยหรือไง ยังต่อยกันอีกเหรอ?”
หลินจือไปเอ่ยต่อ
“เมื่อสามปีก่อนพี่ก็ไม่ใช่เด็ก ทำไมถึงไปมีเรื่องกับพวกเขาที่คฤหาสน์เฉิงหนานละ?
ไม่ใช่ผมไม่เห็นนะว่าตอนพี่กลับมาสะบักสะบอมไปทั้งตัว”
หลินเชิ่งเทียนไม่ตอบ
ส่วนหลินเป้ากลับไปถึงห้องทำงานของตัวเองก็หยิบมือถือออกมาเปิดกรุ๊ปแชทเล็กๆ ขึ้นมาพิมพ์ข้อความ
หลินเป้า:“ไปตี้คือใคร?”
รุ่นที่สามของตระกูลหลินทุกคนอยู่ในกลุ่มนี้ก