นก็ดูไม่ออกว่าเขารู้มากน้อยแค่ไหน แค่พูดให้น้อยลงหน่อยก็พอ
“แบบนี้สิถึงจะถูก”
หลินเชิ่งเทียนดีใจมาก เขารู้สึกว่ามี ‘ไป๋ตี้’ อยู่ในรายการ
วันต่อมา หลินเชิ่งเทียนพาหลินจือไปไปที่เสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์
แผนกวาไรตี้ของเสินฮว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์มีทั้งหมดสิบแผนก
หลินเชิ่งเทียนอยู่ที่แผนกวาไรตี้ที่แปด ชั้นสามสิบแปดของตึกนี้ เมื่อสองสามวันก่อนตอนที่ซักซ้อม หลินจือไปก็เคยมาแล้ว
พอขึ้นมาถึงชั้นสามสิบแปด หลินเชิ่งเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“จางซีหยางอยู่ที่ห้องซ้อมหมายเลขหนึ่ง ส่วนโสวจัวอยู่ที่ห้องซ้อมหมายเลขเจ็ด
วันนี้พวกเขาซ้อมที่นี่กันทั้งคู่พอดี นายจะแวะไปดูก็ได้นะ”
หลินจือไปพยักหน้า
สิบนาทีต่อมา หลินจือไปเดินเข้าไปในห้องซ้อมหมายเลขหนึ่ง จางซีหยางกำลังร้องเพลงเก่าเพลงหนึ่งอยู่
แม้จะเป็นแค่การซ้อม แต่จางซีหยางก็ตั้งใจมาก พอเห็นหลินจือไปก็ไม่ได้หยุดร้อง ยังคงร้องเพลงบนเวทีต่อไป
“เฟยหง”
หลินจือไปเรียกระบบในใจ แล้วถามลองเชิงว่า
“นายตรวจสอบค่าการขับร้องของจางซีหยางว่าอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ได้ไหม?”
เฟยหง:“จำเป็นต้องใช้ค่าชื่อเสียงหนึ่งพันหน่วย”
หลินจือไปมุมปากกระตุก คิดไม่ถึงว่าระบบจะมีความสามารถแบบนี้จริงๆ
ดูท่าระบบยังมีฟังก์ชันอีกมากที่ตนต้องขุดคุ้ยให้เจอ ต่อไปมีเวลาว่างก็หาโอกาสถามบ่อยๆ
แต่เรื่องแค่นี้ยังต้องใช้ค่าชื่อเสียงด้วย? ช่างเถอะ ยังไงค่าชื่อเสียงก็เยอะอยู่แล้ว พันนึงก็ไม่ได้ถือว่ามากม