บนสะพานขาด’ มาแล้ว”
หลินซีใช้ประสบการณ์ของตัวเองในวงการวิเคราะห์อย่างมืออาชีพ
“ไม่แปลกที่ทุกคนบอกว่าฉูฉือเล่นบทเดียวกับนาย ท้ายที่สุดแล้วเพลงของเขาน่าจะไปได้ไกลสุดที่อันดับสองของชาร์ตประจำฤดูกาล”
“ผลงานเปิดตัวครั้งแรกก็ขึ้นถึงอันดับสองของชาร์ตประจำฤดูกาลเลยเหรอ?”
แม้หลินจือไปจะทำใจมาบ้างแล้ว แต่พอได้ยินพี่สาวพูดแบบนั้นก็อดจะปวดท้องจี๊ดไม่ได้
ฉันมีวาสนากับ ‘เลขสอง’ หรือไง?
ทำไมทั้งสองนามแฝงเปิดตัวต่างก็เจอชะตาแบบนี้กันหมด?
ไป๋ตี้เจอราชาเพลงขัดขวาง ฉูฉือก็มาเจอราชินีเพลงกีดกันอีก
สองคนนั้นยังเป็นศิลปินจากเทียนกวงด้วย เทียนกวงคงไม่ได้จงใจเล่นงานฉันหรอกนะ?
หลินจือไปคิดอย่างขบขัน ถ้าเทียนกวงรู้คงเดือดน่าดู
ใครกันแน่ที่จ้องสกัดใคร ใจนายไม่เคยคิดบ้างเหรอ?
“ถ้าไม่มีอะไรพลิกล็อก”
หลินซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อย่างเช่นฉูฉือประกาศตัวเข้าสามค่ายใหญ่ ก็จะได้ทรัพยากรหนุนหลังทันที”
ชะงักไปครู่หนึ่ง หลินซีพูดต่อ
“แต่ดูแล้วคงเป็นไปไม่ได้หรอกนะ บริษัทเราติดต่อไปหาผู้จัดการของฉูฉือแล้ว อีกฝ่ายบอกว่าไม่อยากเข้าร่วมบริษัทไหนทั้งนั้น”
“มีเอกลักษณ์ดีนะ”
หลินจือไปแกล้งทำเป็นวิจารณ์
พี่สาวกล่าวว่า
“อย่าเพิ่งสนใจฉูฉือเลย ยังไงนายลองแต่งเพลงโบราณอีกสักเพลงดูแล้วกัน!”
“อืม”
ทั้งสองคุยกันอีกพักหนึ่งจึงวางสายไป
หลินจือไปเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แล้วครุ่นคิดถึงคำแนะนำของพี่สาวอย่างจริงจัง
ก่อนหน้านี้ไป๋ตี้เคยปล่อยเพลงโ