วกันมีโอกาสเจอกันในวิชารวมค่อนข้างบ่อย
“อืม”
หลินจือไปพยักหน้า
ทั้งสองมาถึงวิทยาลัย ขณะเดินอยู่บนถนนสายหลักของวิทยาลัย ก็รู้สึกได้ชัดเจนว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ตนเอง
“ได้มีข่าวลือแน่ๆ”
หยิ่นตงหน่วนสังเกตเห็นสายตาของเพื่อนนักศึกษา จึงพูดขึ้นอย่างครุ่นคิด เธอจัดว่าเป็นคนดังของวิทยาลัย แม้เธอเป็นประธานบริษัทหนานเซิน ต่อให้ทุกคนไม่อยากสนใจก็ยากอยู่ดี
นั่นคือหนึ่งในสามบริษัทใหญ่แห่งฉินโจวเลยนะ!
แม้แต่นักศึกษาหลายคนในวิทยาลัยนี้ก็มีความฝันว่าเรียนจบแล้วจะได้เข้าทำงานที่หนานเซิน เพราะถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนสายศิลปะ
“ถ้าไม่อยากเป็นข่าวก็แยกกันเดินเถอะ”
หลินจือไปไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ สำหรับเขา วิทยาลัยเป็นสถานที่พักผ่อนแห่งหนึ่ง ทำงานหนักจนเหนื่อยล้า มาเรียนก็ดีเหมือนกัน
หยิ่นตงหน่วนยิ้ม แต่กลับไม่ได้เดินแยกจากหลินจือไป เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้
“เธออยู่ห้องไหน?”
“ห้องหนึ่ง”
“ฉันอยู่ห้องสาม”
“ไปเข้าเรียนเถอะ”
ทั้งสองเดินแยกไปที่ห้องเรียนของตนเอง
ห้องเรียนของหลินจือไปอยู่ใกล้ทางเดินมากกว่า เพื่อนร่วมชั้นหลายคนเห็นว่าเขากับหยิ่นตงหน่วนเดินมาพร้อมกัน
ทันใดนั้น ในห้องเรียนก็เริ่มมีเสียงซุบซิบดังอื้ออึง หัวข้อสนทนาก็หนีไม่พ้นเรื่อง ‘หลินจือไปกับหยิ่นตงหน่วนกำลังคบกันอยู่หรือเปล่า?’ อะไรประมาณนี้
บางคนที่อยากรู้อยากเห็นก็เข้ามาถามหลินจือไปตรงๆ ว่าเรื่องเป็นอ