ลังจะพูดอะไรต่อ แต่จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีมือมาปิดตาจากด้านหลัง
กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะปลายจมูก ข้างหูได้ยินสำเนียงอ่อนหวานที่แม้จะแปลกใหม่แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคย
“ทายสิว่าฉันเป็นใคร!”
“เธอทายสิว่าฉันจะทายหรือไม่ทาย”
มุมปากหลินจือไปยกยิ้มนิดๆ เสียงนั้นก็เผยแววหยอกเย้า
“นายทายสิว่าฉันจะทายว่านายทายหรือไม่ทาย”
หลินจือไปเอื้อมมือไปจับแขนอ่อนนุ่มคู่นั้นแล้วแกะออก จากนั้นก็หันตัวไปมองเด็กสาว สีหน้ากลับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุดขำออกมา
เด็กสาวคนนี้ก็คือคนที่กำลังจะเปิดประตูเมื่อครู่นั่นเอง
ตอนนี้หลินจือไปแทบจะเชื่อมโยงภาพลักษณ์ปัจจุบันของเธอ กับเด็กหญิงที่เคยอ้วนกลมในความทรงจำไม่ได้เลย แม้เขาจะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแล้วก็ตาม เขาตะโกนชื่อเธอออกมาพร้อมกับหัวเราะลั่น
“หยิ่นตงหน่วน”
เดิมทีหยิ่นตงหน่วนยิ้มบางๆ เปี่ยมไปด้วยความสง่างามและความเป็นกุลสตรี แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะของหลินจือไป สีหน้ากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดวงตากลมงามจ้องเขม็ง
“ห้ามจินตนาการภาพฉันตอน ม.ต้น นะ!”
หลินจือไปพูดติดตลกว่า
“เธอรู้ได้ไงว่าฉันกำลังคิดอะไร?”
หยิ่นตงหน่วนเชิดใบหน้าเล็กขนาดราวฝ่ามือขึ้น
“ฉันไม่ใช่แค่รู้ว่านายคิดอะไรอยู่ ยังรู้ด้วยว่านายต้องแอบคิดแน่ๆ ว่า ยัยหนูคนนี้ไปดูดไขมันหรือศัลยกรรมหน้ามาหรือเปล่า!”
“ข้อหามโนไปเองสินะ”
หลินจือไปยักไหล่ไปทางเฟิงซั่ว เฟิงซั่วหัวเราะร่า
“ตอนที่ฉันเจอเสี่ยวหน่วนครั้งแรกเมื่อไม่นานนี้