ลี้ยงดูก็ต้องหาเงินไปเลี้ยงดูเอาเอง แต่หากนางกล้ามาแตะต้องเงินของเขา เขาจะไล่นางออกไป
ทั้งสองคน ‘ตั้งกฎของตัวเองขึ้นมา’
หลินซื่อคาดไม่ถึงว่าจูอู่จะ ‘ไร้ความรู้สึก’ ถึงเพียงนี้ นางคำนวณเงินของตัวเอง น้อยเพียงนั้นจะสามารถเลี้ยงดูเด็กทั้งสามคนได้อย่างไร? ถึงแม้จะได้รับความช่วยเหลือจากหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยก็ได้แค่เพียงดื่มโจ๊กเท่านั้น
แม้แต่คุณภาพชีวิตของตัวนางเองก็ลดลงด้วย
แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่กล้าแย้ง ตั้งแต่นางแต่งเข้าสกุลจูมา จูอู่ล้วนไม่เคย ‘เกรงใจ’ นางเลย
หลักการของเขานั้นง่ายมาก ข้าสบายทุกคนก็สบาย แต่หากกล้ามาทำให้ข้าไม่สบาย ทุกคนก็ล้วนต้องไม่สบายด้วย
ที่นางสามารถอยู่กับเขาได้นานถึงเพียงนี้ก็เพราะพึ่งพาสิ่งนี้
จนถึงยามนี้หลินซื่อจึงเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า นับวันความเป็นอยู่ของสกุลจูก็ยิ่งดีขึ้น ทำให้นางลดความระมัดระวังลง จนลืมไปว่าจูอู่นั้นเป็นผู้ชายเช่นไร
เขายังคงเป็นเขาคนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
……
เพราะเหตุผลที่ว่าปีนี้สกุลจูได้ใช้ที่ดินส่วนหนึ่งเพื่อปลูกมันเทศ ผลการเก็บเกี่ยวข้าวจึงไม่น่าจะดีเท่าปีที่ผ่านมา แต่เพราะนาน้ำที่เย่อวี๋หรานรับผิดชอบมีจำนวนมากขึ้นอย่างน้อยก็หนึ่งในสาม เมื่อรวมกับการเก็บเกี่ยวในนาของจูเหล่าโถวแล้ว ผลผลิตจึงเทียบเท่ากับปีก่อน ๆ
จูเหล่าโถวมองไปยังต้นข้าวที่ตากไว้ในลานบ้านด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
ปีนี้เก็บเกี่ยวได้มากเพียงนี้ หากปีหน้าใช้วิธีนี้อีก ไม่ใช่ว่าจะยิ่