ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยา นางยังจะกล้าพูดว่าตัวเองไม่ได้คิดเล่นเล่ห์กับสกุลจูได้หรือ?
ท่านแม่ยังไม่ได้พูดว่าจะเลี้ยงเด็กหญิงทั้งสามไว้หรือไม่ นางกลับไปทะเลาะกับสะใภ้รอง ราวกับว่าท่านแม่จะต้องเลี้ยงดูแน่นอน เหตุใดนางจึงคิดว่านางแต่งเข้าสกุลจูแล้ว สกุลจูต้องไปเลี้ยงดูครอบครัวเดิมของนางด้วยเล่า?
จูอู่พูดว่า “ถึงท่านแม่จะเห็นด้วย เช่นนั้นก็ต้องมาถามข้าสักหน่อยว่าเห็นด้วยหรือไม่ พวกเรายังไม่มีลูก หากต้องมาเลี้ยงดูหลายปากท้องเช่นนี้ ถ้ามีลูกขึ้นมาจะเลี้ยงดูได้อย่างไรเล่า? ข้าขอถามเจ้าสักหน่อยว่าจะเลี้ยงดูไหวหรือ? เจ้าคงไม่ได้หวังว่าจะให้คนในสกุลจูช่วยกันเลี้ยงดูแทนเจ้าหรอกกระมัง? คนอื่นก็มีลูก แยกบ้านกันอยู่อย่างสบายใจแล้ว เราสองคนกลับไร้วาสนา มีหนี้ข้างตัว…ชีวิตข้าช่างโชคร้ายนัก ชาติที่แล้วข้าติดค้างอะไรต่อเจ้าหรือ?”
หลินซื่อถูกดุจนน้ำตาไหลริน ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
“สกุลจูไม่ใช่ไม่เคยหย่ากับสะใภ้ เจ้าอย่าได้บีบบังคับข้า”
หลินซื่อร้องไห้พลางส่ายหัว “เปล่า ข้าเปล่าจริง ๆ…”
“จะร้องไห้ทำไม? มีอะไรให้ร้อง? คนที่ร้องควรจะเป็นข้า ชีวิตข้าได้แต่โชคร้ายอยู่ร่ำไป ถึงได้มีเมียอย่างเจ้า…” ท่าทีของจูอู่เต็มไปด้วยความโกรธ ต่อว่านางอย่างไร้ความปรานี
ถึงอย่างไรเขาก็ชัดเจนเป็นอย่างยิ่งว่าเขาไม่สามารถเลี้ยงหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาได้ ถ้านางอยากเลี้ยงก็เรื่องของนางแล้ว
หากนางจะเ