สายตาที่เข้มงวดแค่ไหน ก็ต้องยอมรับว่ามันยอดเยี่ยมจริงๆ
ดอกไม้กับผีเสื้อ
เจียงหนานและไซเป่ย
ยามดอกเหมยผลิบานกับการจากไปของฤดูใบไม้ผลิ
ดอกไม้ไฟส่องประกายเจิดจ้า แต่กลับเลือนหายไปในพริบตา
การบรรยายฉากต่างๆ ในเนื้อร้องสื่อถึงความงดงามในเชิงสัญลักษณ์
ยิ่งไปกว่านั้นแต่ละประโยคยังเรียงคำได้อย่างสละสลวยและคล้องจองกันอีกด้วย
ดีมาก
คนที่ชอบความสมบูรณ์แบบต้องรู้สึกสบายใจเลยละ
ไม่เหมือนเพลงแนวโบราณบางเพลงที่พยายามพูดถึงความเศร้า ทั้งที่ไม่ได้เข้าใจมันจริงๆ
ใช้ภาษาสวยหรูแต่เนื้อหาไร้แก่นสารและจืดชืด
เวลานี้ท่อนฮุกก็มาถึง
“สะพานขาดเคยปกคลุมด้วยหิมะหรือไม่ ข้ามองเงาสะท้อนชลธาร
บุหลันในธาราเย็นเยียบดุจหิมะขาว ปลายเล็บสัมผัสต้องละลายหาย
สะพานขาดเคยปกคลุมด้วยหิมะหรือไม่ ใจคะนึงถึงดวงหน้าเจ้า
หากไร้วาสนาพบพานอีกครา ม่านหลิว ณ คันดินไปคงรำไหรำพันไปไม่สิ้นสุด…”
เนื้อร้องท่อนนี้เชื่อมโยงกับหัวข้ออย่างเป็นทางการ ทุกประโยคสอดคล้องกับชื่อเพลง!
นี่แหละที่เรียกว่ามีแก่นสาร ความงดงามทางภาษาของเพลงแนวโบราณถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มที่
ตอนนี้เพลงนี้เป็นเหมือนภาพวาดที่งดงามจับตา
ทุกประโยคของเนื้อร้องทำให้เสี่ยวหูสามารถจินตนาการถึงภาพที่สอดคล้องกันได้
เมื่อรวมกับเสียงร้องที่ใสกระจางของนักร้อง ภาพในจินตนาการยิ่งชัดเจน! ราวกับเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ!
เสี่ยวหูรู้สึกประทับใจขึ้นมาทันที ในบรรดาเพลงแนวโบราณทั้งหมดที