ะช่วยรักษาความนิยมของปู่เยโหว หรือกระทั่งอาจทำให้ดังขึ้นไปอีกขั้น
สุดท้าย หลินจือไปต้องพิจารณาเรื่องการร้องเพลงด้วยตัวเองแล้ว
ช่วงนี้หลินจือไปเรียนร้องเพลงมาตลอด และวันนี้เขายังเอาคะแนนทักษะทั้งหมดไปเพิ่มด้านการขับร้องก็เพื่อเรื่องนี้
“เพลงนะมีพร้อมอยู่แล้ว”
ก่อนหน้านี้หลินจือไปสุ่มได้ ‘หิมะโปรยปรายบนสะพานขาด’ ของเหลาสวี่มา
เพลงนี้หลินจือไปตั้งใจจะร้องเอง แต่จำเป็นต้องใช้นามแฝงใหม่
นามแฝงใหม่จะใช้ชื่ออะไรดีนะ?
หลินจือไปอยากได้ชื่อที่ฟังดูไพเราะ
ชั่วขณะหนึ่งคิดชื่อเหมาะๆ ไม่ออก หลินจือไปจึงตัดสินใจโทรหาเจียงเฉิง
“เจ้านาย”
“ผมจะใช้นามแฝงใหม่ ช่วยผมคิดหน่อยครับ เอาชื่อที่ฟังดูรื่นหูก็พอ”
“นามแฝงใหม่เหรอครับ?”
เจียงเฉิงรู้สึกแปลกใจ นามแฝงใหม่อะไรอีก มีไป๋ตี้กับปู่เยโหวแล้วยังไม่พออีกเหรอ?
“ช่วยผมคิดทีว่านามแฝงใหม่จะใช้ชื่ออะไรดี?”
“ตอนนี้เหมือนคนจะนิยมตั้งชื่อจาก ‘คัมภีร์ซือจิง’ นะครับ”
เจียงเฉิงกลั้นความสงสัยไว้
“หาจากคัมภีร์ซือจิงเหรอครับ?”
“หรือจะหาใน ‘บทกวีฉูฉือ’ ก็ได้ครับ”
เจียงเฉิงเสนอความเห็นอีกครั้ง
“ได้แล้ว!”
“คิดออกแล้วเหรอครับ?”
“นามแฝงใหม่ก็ชื่อฉูฉือแล้วกัน”
หลินจือไปขี้เกียจไปเปิดดู ‘บทกวีฉูฉือ’ คิดว่าชื่อนี้ก็ฟังดูไม่เลว
“โอเคครับ”
แม้ว่าหลินจือไปจะตั้งชื่อแบบขอไปที แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก สิ่งที่เจียงเฉิงสงสัยคือ
“นามแฝงใหม่คุณจะเอาไปทำอะไรเหรอครับ?”
“นี่เป็นนามแฝงสำหรั