อ่ยทักทายกันตามมารยาท
เจียงเฉิงหยิบนามบัตรที่เพิ่งพิมพ์ใหม่เมื่อไม่นานมานี้ให้กับอีกฝ่าย พร้อมแนะนำตัวอีกครั้งว่า
“คุนเผิงอินเวสต์เมนต์ของเราเป็นบริษัทใหม่ครับ”
จ่าวเหลยถามเชิงหยั่งดูว่า
“แล้วอาจารย์ปู่เยโหวกับพวกคุณ…”
เจียงเฉิงตอบทีเล่นทีจริงว่า
“ปู่เยโหวเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ครับ บทละครนี้เขาได้มอบหมายทั้งหมดให้ผมเป็นผู้ประสานงานกับฝ่ายที่จะร่วมงานด้วย คุณก็คงทราบว่าปู่เยโหวเป็นนักเขียน ตามปกตินักเขียนมักไม่ชอบติดต่อผู้คนสักเท่าไหร่”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง”
ปู่เยโหวเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของคุนเผิงอินเวสต์เมนต์ จ่าวเหลยขมวดคิ้วเล็กน้อยแบบแทบไม่สังเกตเห็น เมื่อเป็นเช่นนี้เขาก็ไม่มีทางเลี่ยงการร่วมมือกับคุนเผิงอินเวสต์เมนต์และปู่เยโหวแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นตัวแทนเจียงมีความคิดเห็นกับบทนี้ยังไงบ้างครับ?”
“พวกเราเป็นบริษัทลงทุน แน่นอนว่าต้องร่วมลงทุนด้วยอยู่แล้วครับ”
“จะลงทุนเท่าไหร่ครับ?”
“คุณคิดว่าต้นทุนการถ่ายทำละครเรื่องนี้อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ?”
“ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านครับ”
จ่าวเหลยคิดเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว ละครเรื่องนี้ไม่ต้องใช้เทคนิคพิเศษอะไร และไม่มีฉากที่ใหญ่โตอลังการเวอร์วัง รวมถึงงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยแล้ว อย่างไรต้นทุนก็ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านแน่นอน
“แล้วถ้าระบุให้ชัดเจนหน่อยละครับ?”
เจียงเฉิงหยิบถั่วลิสงเข้าปากเม็ดหนึ่ง
จ่าวเหลยครุ่นคิดอยู่ครู่ห