นึ่งก่อนตอบว่า
“ผมประเมินคร่าวๆ ก็น่าจะประมาณเจ็ดสิบล้าน”
เจียงเฉิงรินเหล้าให้จ่าวเหลย จากนั้นก็ยื่นข้อเสนอโดยตรง
“ผมเป็นคนไม่ชอบอ้อมค้อม คุนเผิงสามารถลงทุนสิบล้านในละครเรื่องนี้ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องได้ส่วนแบ่งกำไรที่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ”
“เป็นไปไม่ได้ครับ! ไม่มีทางเด็ดขาด!”
สีหน้าจ่าวเหลยดูไม่สู้ดีนัก เขาพูดว่า
“พวกคุณลงทุนแค่สิบล้านหยวน แต่ต้องการผลกำไรห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ตัวแทนเจียงคิดว่านี่มันเป็นไปได้เหรอครับ?”
“สมมติว่าทุนรวมสำหรับละครเรื่องนี้อยู่ที่เจ็ดสิบล้านหยวนแล้วกันนะครับ”
เจียงเฉิงกล่าวว่า
“ผมลงทุนสิบล้าน แล้วมอบบทละครเรื่องนี้ให้ด้วย ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเทียบเท่ายี่สิบห้าล้าน น่าจะไม่มีปัญหานะครับ?”
“บทละครมาคิดเป็นมูลค่ายี่สิบห้าล้านเหรอครับ?”
จ่าวเหลยส่ายหัวอย่างแรง
“นี่เป็นราคาที่นักเขียนบทระดับท็อปของวงการเท่านั้นที่จะขายได้ แต่ปู่เยโหวยังเป็นแค่มือใหม่เองนะครับ”
“งั้นผมขอถามคุณหน่อย”
เจียงเฉิงยกแก้วเชิญให้อีกฝ่ายดื่ม
“คุณคิดว่าบทละครเรื่องนี้ของปู่เยโหวด้อยกว่าของนักเขียนบทระดับท็อปพวกนั้นไหมครับ?”
“อันนี้พูดยากครับ”
จ่าวเหลยชนแก้วกับอีกฝ่ายแล้วกระดกหมดในรวดเดียวเพื่อเลี่ยงตอบคำถามนี้
เพราะคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว ว่าคุณภาพของบทละครเรื่องนี้ไม่ได้ด้อยกว่าผลงานของนักเขียนบทระดับท็อปของวงการโทรทัศน์เลย
เขาทำได้แค่เปลี่ยนมุมมองวิเคราะห์การเจรจา
“เมื่อกี้ผมบอกว่าต้นทุน