”
จ่าวเหลยกัดฟันแน่น ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาคิดอะไรมากแล้ว
“ผมหวังว่า เออ คุณ…ชื่อ…”
“เจียงเฉิงครับ”
ปลายสายเตือนขึ้นมา
จ่าวเหลยหัวเราะกลบเกลื่อน จากนั้นก็พูดด้วยความเร็ว
“หวังว่าคุณเจียงคงไม่ถือสานะครับ ก่อนหน้านี้ผมยุ่งอยู่จริงๆ คืออย่างนี้ครับ บทละครนี้คุณอย่าเพิ่งส่งให้บริษัทอื่นเลยนะครับ
ทั้งฉินโจวต่างก็รู้ว่าเสินฮวากรุ๊ปของเราเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งที่สุด การร่วมงานกับเราคือตัวเลือกที่ดีที่สุดนะครับ”
จ่าวเหลยรู้ดีว่าบทละครนี้มีมูลค่ามากขนาดไหน ถ้าเทียนกวงกับหนานเซินมาเห็นเข้า พวกนั้นต้องแย่งกันแน่นอน!
จ่าวเหลยไม่คิดว่ามีแค่ตนคนเดียวที่มองเห็นคุณค่าของบทละครนี้
โปรดิวเซอร์ของเทียนกวงกับหนานเซินไม่ใช่คนโง่
หลายปีมานี้สามค่ายใหญ่ในฉินโจวแย่งชิงบทละครของนักเขียนมือทองกันมาตลอด หลายครั้งถึงขั้นทะเลาะกันยับเยิน
“ผมขอคิดดูก่อนนะครับ”
เจียงเฉิงดูเหมือนลังเล ชั่งใจอยู่นาน
จ่าวเหลยกล่าวอย่างอดไม่ไหวว่า
“คุณเจียง เรานัดเจอกันก่อนเถอะครับ ผมเลี้ยงมื้อเย็นคุณดีไหม?
มีร้านอาหารโฮมเมดอยู่ร้านนึงรสชาติใช้ได้เลย มีเรื่องอะไรเราค่อยคุยกันต่อหน้าได้
บางเรื่องคุยกันทางโทรศัพท์จะไม่เคลียร์ เอาเป็นว่าห้ามส่งบทนี้ให้สองบริษัทนั้นเด็ดขาดนะครับ!”
กระแอมไปทีหนึ่ง จ่าวเหลยสูดหายใจระงับอารมณ์แล้วกล่าวว่า
“สามบริษัทใหญ่เป็นคู่แข่งกัน และผมเองก็มีความจริงใจอย่างมากต่อบทละครเรื่องนี้
คุณลองฟังข้อเสนอของผมก่อนแ