อยู่ข้างนอก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวกันถึงขั้นนี้กระมัง?
“ข้าจะไปหาเขาทำไม? ลูกชายกับลูกสะใภ้ของข้าหายตัวไปในหมู่บ้านสกุลหลิว ถ้าจะหาคนก็ต้องไปหาเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านพวกเจ้าน่ะสิ”
คิดว่านางโง่หรือไร?
ถ้านางบุกไปที่เรือนหลิวต้าซุ่น นั่นก็คือสุนัขกัดกัน ทั้งปากมีแต่ขน[3] บุกเดี่ยวเข้าไปจะมีจุดจบที่ดีหรือไม่ก็ยังบอกไม่ได้
แต่เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสไม่เหมือนกัน ต่อให้คนในหมู่บ้านสกุลหลิวจะไร้เหตุผลเพียงใด แต่พวกเขาจะกล้าลงมือกับนางหรือ?
ถ้าพวกเขากล้าลงมือ นางก็กล้าเชิญเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจูมาหาเรื่องหมู่บ้านสกุลหลิวของพวกเขาด้วย
ถึงตอนนั้นก็ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งระหว่างสกุลจูและสกุลหลิวสองครอบครัวอีกแล้ว แต่เป็นความขัดแย้งระหว่างสองหมู่บ้าน เรื่องราวลุกลามบานปลาย
ขอเพียงเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลหลิวไม่โง่ แน่นอนว่าจะต้องไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนี้
คิดว่าหมู่บ้านสกุลจูซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่บ้านใหญ่ทั้งสามของเชิงเขาไท่ตังมีชื่อเพียงเพราะคนโม้กันมาเท่านั้นหรือไร?
ดุจเดียวกับชื่อเสียงหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ของนาง ‘หมู่บ้านใหญ่ทั้งสาม’ ก็มีค่าควรนามอยู่ในเชิงเขาไท่ตังแห่งนี้เช่นกัน
[1] น้ำไกลไม่อาจดับไฟใกล้ 远水解不了近火 หมายถึง ความช่วยเหลือที่อยู่ไกลไม่อาจไปช่วยได้ทันเวลา
[2] ไฟไหม้มาถึงขนคิ้ว 火烧眉毛 หมายถึง สถานการณ์เร่งด่วนคับขันอย่างมาก
[3] สุนัขกัดกัน ทั้งปากมีแต