ามานานแล้ว…”
จูปาเม่ยพึมพำ “ข้ารู้ทั้งการทำชาด วิธีย้อมผ้า และการเย็บปักถักร้อย ที่เป็นอยู่ตอนนี้มีหลายคนในหมู่บ้านที่อิจฉาข้า ปกติยามที่ข้าออกไปข้างนอกก็มีคนมากมายรายล้อมตัวข้าและถามเรื่องต่าง ๆ กับข้า”
“เรื่องของครอบครัวเรา เจ้าอย่าได้เอาไปพูดข้างนอกสุ่มสี่สุ่มห้า หลายสิ่งที่ท่านแม่สอนไม่อาจนำไปแพร่งพรายให้คนภายนอกรับรู้ได้” สีหน้าจูอู่ดูระแวดระวัง เกรงว่าน้องสาวผู้เอาแต่ใจคนนี้จะสับสนไม่เข้าใจ
ก่อนหน้านี้เป็นคนที่ไม่มีหัวคิดคนหนึ่ง ซึ่งทึ่มยิ่งกว่าเจ้าเจ็ด หากคนอื่นล่อลวงด้วยคำพูดไม่กี่คำก็อาจคายผลประโยชน์ไปให้คนอื่นเสียหมด
หากไม่ใช่เพราะการสั่งสอนของท่านแม่ในช่วงนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จูอู่คงไม่คิดจะมาพูดคุยกับน้องสาวคนนี้
“ข้ารู้ ข้าก็ไม่ได้โง่ ไม่เพียงแต่ไม่พูดเรื่องที่ท่านแม่สอน แต่เรื่องในครอบครัวก็ไม่อาจเอาไปพูดนอกบ้าน พี่สะใภ้สี่บอกข้าแล้ว…” จูปาเม่ยบอกว่าหลี่ซื่อมักจะสอนเรื่องเหล่านี้ให้นางเป็นการส่วนตัว
หลิ่วซื่อเป็นคนซื่อตรง หลิวซื่อเป็นคนใจแคบ หลินซื่อก็เด็กเกินไป มีแค่หลี่ซื่อที่ฉลาดหน่อย เพื่อรักษาหน้าตาของเย่อวี๋หราน อีกฝ่ายจึงมักสอนสิ่งต่าง ๆ ให้จูปาเม่ยอยู่ไม่น้อย
สิ่งที่นางสอนส่วนใหญ่คือสิ่งที่แม่หลี่ของนางสอนหลี่ซื่อมา ‘เรื่องไม่น่าดูในครอบครัว’ ไม่อาจแพร่งพรายให้คนนอกรู้ ส่วน ‘เรื่องดี ๆ’ ในครอบครัวก็ไม่อาจนำไปพูดให้คนนอกรู้อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า
เรื