่องไม่น่าดูของครอบครัวอาจทำลายหน้าตาของสกุลได้ แต่ ‘เรื่องดี ๆ’ จะทำให้คนอื่นอิจฉา และนำปัญหามาให้ครอบครัวได้
ดังนั้นการ ‘เงียบไว้’ จึงถือเป็นสิ่งวิเศษที่สุดที่จะช่วยรักษาชีวิตที่มั่นคงไว้ได้
จูอู่ได้ยินก็ขมวดคิ้ว “ไม่เลว ดูเหมือนพี่สะใภ้สี่จะสอนเจ้ามาไม่น้อย จะเรียนรู้กับพี่สะใภ้สี่มากหน่อยก็ไม่เป็นไร ในบรรดาพวกพี่สะใภ้ของเจ้า พี่สะใภ้สี่เป็นคนที่ค่อนข้างฉลาด รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และสามารถจับประเด็นสำคัญได้ ไม่เหมือนคนอื่นที่ทึ่มไม่มีเล่ห์เหลี่ยม หรือไม่ก็เงอะงะไม่รู้เรื่องรู้ราว คว้าจับแต่สิ่งที่ไม่สลักสำคัญอยู่ตลอด…”
“ข้ารู้ ท่านแม่ยังชื่นชมพี่สะใภ้สี่ว่าทำเรื่องต่าง ๆ ได้ดี ในยามที่ข้าไม่มีอะไรทำก็ให้ไปเรียนรู้กับพี่สะใภ้สี่ให้มากหน่อย” จูปาเม่ยพยักหน้า “ปกติข้าก็ชอบอยู่กับพี่สะใภ้สี่มากที่สุดอยู่แล้ว แต่พี่ห้า ท่านอย่าพยายามเปลี่ยนเรื่อง ท่านให้ข้าใช้ให้หลินซื่อเม่ยไปส่งต่อคำพูด ให้นางไปสอน
‘ความคิด’ ให้พี่สะใภ้ห้า ข้าก็ทำให้แล้ว ท่านพูดว่าหากทำสำเร็จท่านจะบอกข้าว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
จูอู่รีบให้นางลดเสียงลงหน่อย ก่อนจะมองไปรอบ ๆ และพูดว่า “ชู่ เรื่องนี้เจ้าอย่าเอามาพูดข้างนอกสุ่มสี่สุ่มห้าหากไม่อยากให้เป็นเรื่อง”
“อย่ากังวลเลย ข้าปากหนักมาก ข้าแค่อยากรู้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ จะได้ไม่มาสับสนในภายหลัง และจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบเช่นนี้ด้วย” จูปาเม่ยทำตามท่าทีของเขา กดเสียงลงต่ำ