จูเหล่าโถวสูงกว่าของอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด หรือก็คือครอบครัวจูเหล่าโถวเก็บเกี่ยวได้ผลดีกว่า
จูจยาก็สังเกตเห็นจุดนี้ เขาเดินเข้าไปกอบเอาข้าวเปลือกขึ้นมากำหนึ่งเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน
“ต้าเป่า เอ้อร์เป่า พวกเจ้ามาทางนี้ที ช่วยปู่นับดูซิว่าแต่ละฝั่งมีข้าวเปลือกกี่เมล็ด”
จูจยาไม่มั่นใจว่าตนเองจะนับได้ถูกต้องจึงเรียกต้าเป่าและเอ้อร์เป่ามาช่วยนับ
เย่อวี๋หรานเห็นคนมามุงดูเยอะเพียงนี้ก็ทราบว่าผลเก็บเกี่ยววันนี้ของครอบครัวตนเองคงปิดเอาไว้ไม่ได้ จึงคร้านจะไปสนใจ ปล่อยให้พวกเขาทำตามใจชอบ
อย่างไรเสียเมื่อนางเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ดูจากตอนนี้ ปีหน้าคงยากที่พวกเขาจะไม่ทำตาม
ขอเพียงอยากปลูกตามก็ต้องมาพบนาง ตอนนั้นก็ถึงคราวนางพูดแล้ว
“หนึ่ง สอง สาม สี่…”
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก…”
ในไม่ช้าเสียงใสเจื้อยแจ้วของต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็ดังกังวานไปทั่ว
สุดท้ายก็ได้ผลสรุป ข้าวเปลือกหนึ่งกำเหมือนกัน ของสกุลจูมีเพียงสองร้อยสิบหกเมล็ด ของผู้อื่นกลับมีมากกว่าถึงหนึ่งในสามส่วน
หรือก็หมายความว่า เพราะข้าวเปลือกของสกุลจูอวบอ้วนกว่า ค่อนข้างกินพื้นที่ ข้าวเปลือกของสกุลจูหนึ่งเมล็ดมีขนาดเท่าข้าวเปลือกของผู้อื่นสามเมล็ด
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
“ไม่หรอกมั้ง ต่างกันขนาดนั้นเชียว?!”
“ข้าดูด้วย ข้าขอดูด้วย ให้ข้าดูหน่อย”
“เอาข้าวเปลือกสองฝั่งมาเปรียบเทียบกันก็ทราบความต่างแล้ว”
“เอาต้นข้าวของสองฝ่ายมาเทียบกันก็ได้เหมือนกัน