”
……
ต่างคนต่างเสนอความคิด ทุกคนทั้งตื่นเต้นและกระรือรือร้น ต้องการทราบคำตอบโดยเร็ว
พวกเขาถกเถียงกันว่า สรุปแล้ววิธีปลูกข้าวแบบใหม่ของสกุลจูหรือวิธีปลูกข้าวแบบดั้งเดิมดีกว่ากัน หากไม่ใช่เพราะตนเองยังต้องไปเกี่ยวข้าว พวกเขายังอยากปักหลักอยู่ในนาของสกุลจูดูคนเขาเกี่ยวข้าวตั้งแต่ต้นจนจบเลยทีเดียว
เย่อวี๋หรานหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ไม่ต้องดูแล้ว พวกเจ้ายังจะเกี่ยวข้าวในนาตัวเองอยู่ไหม? รีบกลับไปเถอะ เก็บเกี่ยวได้เท่าไหร่ ตอนนี้พวกเจ้าก็ดูออกกันแล้วไม่ใช่หรือ?”
“ดูออกที่ไหนกัน? พวกเจ้ายังเกี่ยวข้าวไม่เสร็จ จูต้าเหนียง พวกข้าช่วยเจ้าเกี่ยวข้าวนะ” เมื่อคำกล่าวนี้ดังขึ้น คนที่อยากมาช่วยก็มีไม่น้อย
ถึงอย่างไรก็แค่ที่นาหนึ่งหมู่ ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ รับรองว่าวันเดียวก็ช่วยเจ้าเกี่ยวข้าวได้จนเสร็จ
รอจนถึงตอนที่เกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว พวกเขาก็ต้องยอมศิโรราบ ไม่ต้องรอให้นาผืนข้าง ๆ เกี่ยวข้าวจนเสร็จ ที่นาตัวเองหนึ่งหมู่เกี่ยวข้าวได้เท่าไหร่ในปีที่แล้ว พวกเขาจะจำไม่ได้เชียวหรือ?
สกุลจูได้ผลผลิตมากกว่าราวหนึ่งถึงสองตะกร้าไม้ไผ่ ยังมีอะไรให้ต้องพูดกันอีก?
จูจยาตัดสินใจทันที “ปีหน้า ข้าจะปลูกตามพวกท่าน”
ถึงจะได้ผลผลิตมากกว่าเดิมเพียงหนึ่งตะกร้าไม้ไผ่ ก็ยังถือว่าได้มากกว่าเดิมอยู่ดี หากกินอย่างประหยัด หนึ่งตะกร้าก็พอให้คนทั้งครอบครัวกินได้นานโข
ไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียวที่ตาร้อน คนอื่นก็ตาร้อนด้