วยเช่นกัน ต่างแย่งกันพูดว่า “จูต้าเหนียง ปีหน้าข้าก็จะปลูกตามท่าน”
“ใช่แล้ว ๆๆ จูต้าเหนียง ปีหน้าตอนท่านจะปลูกอย่าลืมบอกพวกข้าด้วยนะ”
“จูต้าเหนียง ท่านสบายใจได้ ท่านบอกอย่างไร พวกข้าก็จะทำเช่นนั้น ไม่คัดค้านแม้แต่นิดเดียว”
……
เลือดในกายเดือดพล่าน คนไม่น้อยหวังว่าเวลาจะสามารถไหลย้อนกลับ เช่นนี้ผู้ที่เกี่ยวข้าวได้มากกว่าเดิมหนึ่งตะกร้าสองตะกร้าก็เป็นครอบครัวตนเองแล้ว
หลี่ซื่อและหลินซื่อมาส่งน้ำถึงครึ่งทาง เห็นว่ามีคนจำนวนมากกำลังล้อมที่นาของครอบครัวตนเองอยู่ก็ต้องตกใจ
เมื่อพวกนางได้ยินว่าคนทั้งหลายมาทำอะไรกันก็พลันหัวเราะ “ฮ่า ๆๆๆ…แม่สามีข้าเป็นใครกัน เป็นคนธรรมดาเสียที่ไหน? ในอดีตท่านแม่เคยเป็นสาวใช้ในบ้านสกุลใหญ่มาก่อนเชียวนะ ได้ความรู้ติดตัวมาไม่น้อย เรื่องนี้จะสักแค่ไหนเชียว?”
“พวกเจ้ารอก่อน ปีหน้าจะต้องพาพวกเจ้าปลูกด้วยแน่นอน”
“แต่ต้องบอกไว้ก่อนนะ เรื่องแบบนี้ก็เหมือนการเลี้ยงลูกนั่นแหละ กินข้าวเหมือนกันแต่กลับโตมาไม่เหมือนกัน ครอบครัวพวกข้าไม่อาจรับประกันได้ว่าพวกเจ้าปลูกออกมาแล้วจะได้ผลผลิตดีเท่าพวกข้า”
……
หลี่ซื่อฝีปากเป็นเลิศ ชั่วพริบตาก็ทำให้คนรอบข้างอารมณ์ดีได้แล้ว ขณะเดียวกันก็บอกชัดว่า พวกเราปลูกด้วยกันได้ ไม่เป็นไรเลย แต่ถ้าปลูกแล้วเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาก็อย่ามาโทษครอบครัวของข้าล่ะ
ถ้าถึงตอนนั้น สกุลจูปลูกได้สำเร็จ คนส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหา มีเพียงคนส่วนน้อยที่ปลูกแล้วเกิดปัญ