ำรวยไม่เป็นสองรองใครจากทั้งประเทศ ทั้งยังต้องทำคุณูปการใหญ่หลวงต่อราชสำนักด้วย
เป็นต้นว่าเอาทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งมาแลกเปลี่ยน
“เจ้าสาม ถ้าเจ้าเจ็ดเข้าสำนักศึกษาหลานฮวาจริง ๆ ในอนาคต เจ้าต้องตีสนิทกับพวกเพื่อนบ้านเอาไว้มาก ๆ ลองเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามความชอบ โดยเฉพาะรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคุณชายเฉินและคนในสกุลของเขา”
“รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาได้มากมาย ร่องรอยเบาะแสบางอย่างสามารถทำให้เจ้ารู้ได้ว่าคนคนนี้เป็นคนอย่างไร”
“เจ้าต้องพินิจด้วยตัวเอง อย่าฟังแต่ที่คนอื่นพูดเท่านั้น”
…..
นอกจากสองคนนี้ก็ยังมีคุณชายสองคนที่เป็นซิ่วไฉ่จากทางใต้ เย่อวี๋หรานยังพาพวกเขาไปเดินบริเวณใกล้เคียงโดยรอบด้วย
ต่างจากรูปลักษณ์ของสำนักศึกษาแห่งหนึ่งที่ด้านหน้า ด้านหลังนี้จัดอย่างเรียบง่ายมีลานหนึ่งแห่ง ห้องหนึ่งห้อง ม้านั่งไม่กี่ตัว กับตำราไม่กี่เล่มเพียงเท่านั้น
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยสอบถามจูซานมาบ้าง แต่ครั้งนี้เย่อวี๋หรานมาดูเอง จึงได้วิเคราะห์กับเขาเป็นหลัก ทำให้เขาได้เรียนรู้ ‘ขั้นตอน’ นี้
ตัวอย่างเช่น การมองดูว่าประตูหน้าบ้านของคนมีการเก็บกวาดอย่างไร สามารถบอกได้ว่าเป็นคนที่เข้มงวดหรือค่อนข้างผ่อนปรน
เมื่อรวมเนื้อหาเหล่านี้เข้ากับข้อมูลที่สอบถามมาก่อนหน้านี้ ก็พอจะมีข้อสรุปในใจบ้างแล้ว แต่เพื่อยืนยันจึงยังจำเป็นต้อง ‘ไปเผชิญหน้า’ กับคนของตระกูลนี้เสียก่อน
ในเวลาเช่นนี้ นิ้วทอ