ตาม เห็นได้ชัดว่าคงเกิดเรื่องอะไรบางอย่าง
บางครั้งนางยังเห็นจูซื่อและจูอู่แอบไปซุบซิบกันสองคน ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังปรึกษาอะไรกันอยู่
แต่ละครั้งที่พ่อสามีเห็นหนึ่งในพวกเขาสองคนตามไปด้วยก็มีสีหน้าปั้นยากประหนึ่งกินอาจม
แต่หลี่ซื่อฉลาดก็ตรงนี้เอง ทราบว่าพ่อสามีกับแม่สามี แม่สามีกับลูกชาย และพ่อสามีกับลูกชายคงมีเรื่องเกิดขึ้น แต่นางที่เป็น ‘ลูกสะใภ้’ ไม่อาจเข้าไปมีส่วนร่วมได้
เย่อวี๋หรานกินเสร็จ หลี่ซื่อก็เอ่ยขึ้นว่า “ท่านแม่ ท่านวางไว้เถอะเจ้าค่ะ ข้าจะเอาไปล้างเอง”
นางหาอ่างมาใส่ไว้ โกยขี้เถ้ามากำหนึ่ง คว้ารังบวบมาได้ก็เดินไปล้างจาน
เย่อวี๋หรานแวะไปทักทายคนอื่น ๆ ที่ท้ายเรือนเสร็จแล้วก็กลับห้องไปพักผ่อน
ครึ่งค่อนวันผ่านพ้นไป นางจำต้องยอมสยบให้กับความร่วงโรยของสังขาร พออายุมากขึ้นร่างกายก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เทียบไม่ได้เลยกับเมื่อครั้งยังสาว
คิดถึงตอนที่นางยังสาว ต่อให้อดนอนทั้งคืน วันรุ่งขึ้นก็ยังสามารถไปทำงานได้ตามปกติ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิม เพียงใช้ร่างกายมากสักหน่อยก็จะรู้สึกอ่อนระโหยโรยแรง จำเป็นต้องพักผ่อน
แต่เย่อวี๋หรานก็ทราบว่านี่ไม่ได้มีสาเหตุจากอายุที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว ด้วยความเป็นอยู่ของครอบครัวเจ้าของร่างเดิม ร่างนี้สมัยยังสาวยังคลอดลูกหลายคนถึงเพียงนั้น ทั้งยังต้องกำกับดูแลเด็กเล็กคนหนุ่มคนแก่ในครอบครัว สุขภาพจะไม่ดีเหมือนที่นางคิดเอาไว้ก็ไม่แปลก
เดิมทีเพียงอยากพัก