สักงีบ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งกลับเป็นยามพลบค่ำเสียแล้ว
อาหารมื้อค่ำไม่จำเป็นต้องให้นางกังวลใจ ย่อมมีลูกสะใภ้เป็นคนจัดการ
เย่อวี๋หรานประกาศเรื่องที่นางรับลูกสาวบุญธรรมบนโต๊ะอาหาร เหตุผลเรียบง่ายยิ่งนัก เห็นว่ารื่นหูรื่นตาจึงรับแล้ว
นอกจากหลี่ซื่อที่ทราบความจริง คนทั้งโต๊ะรวมถึงซานเป่าและซื่อเป่าที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวก็นิ่งงัน “…”
ปฏิกิริยาตอบสนองของทุกคนไม่ได้ใหญ่โตนัก เรื่องรับลูกบุญธรรมก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว
หลังอาหารมื้อเย็น เย่อวี๋หรานไม่สนใจจูเหล่าโถว แต่เรียกจูต้า จูเอ้อร์ จูซื่อ และจูอู่แยกตัวไปคุยกันอีกด้านหนึ่ง
นางอบรมลูกชายตนเองยกใหญ่ว่าสิ่งใดคือ ‘ความรับผิดชอบต่อครอบครัว’ ด้วยเกรงว่าพวกเขาจะขาดความยั้งคิด ทำเรื่องเลอะเลือนแบบเดียวกับจูซื่อหู่
“เกิดเป็นลูกผู้ชายต้องเชิดหน้าไม่ละอายฟ้า ก้มหน้าไม่ละอายดิน ตรงกลางก็ต้องไม่ละอายต่อเมียตัวเอง นางคือคนที่พวกเจ้าแต่งเข้าเรือนมาเอง เป็นคนที่จะอยู่เคียงข้างพวกเจ้าไปชั่วชีวิต พวกเจ้าไม่ทะนุถนอมเมียตัวเอง ผู้ใดจะมาทำแทนพวกเจ้า?”
“ถ้ามีคนมาทะนุถนอมนางแทนพวกเจ้า พวกเจ้าก็ต้องร้อนใจได้แล้ว”
“ข้ากับพ่อพวกเจ้าอายุมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่กับพวกเจ้าไปได้อีกกี่ปี ต้าเป่า เอ้อร์เป่า ซานเป่า ซื่อเป่า พวกเขาก็ค่อย ๆ โตขึ้นแล้ว พวกเจ้าก็ไม่อาจเคียงข้างพวกเขาไปทั้งชีวิตได้เหมือนกัน กล่าวถึงที่สุดแล้ว คนที่สามารถอยู่กับพวกเจ้าไปได้ทั