ได้แล้วไม่ใช่หรือ?” เย่อวี๋หรานมองนิ้วมือของตนเองด้วยท่าทีคล้ายกำลังชมเชย แล้วเอ่ยว่า “ใคร ๆ ล้วนพูดกันว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างข้าป่าเถื่อนดุร้าย เหยียบย่ำจูเหล่าโถวมาชั่วชีวิต แต่ถ้าเขาไม่เต็มใจ ข้ายังจะเหยียบเขาได้อย่างไร? ตอนแรกที่ข้าแต่งให้เขา เขาออกจะดุร้ายปานนั้น แต่เจ้าดูข้าสิ ชีวิตนี้เคยไปทำนาสักกี่ครั้ง? แม้จะยากจน ข้าคลอดลูกชายให้เขาหลายคนขนาดนั้น มีคนไหนตายไปก่อนวัยอันควรบ้าง? ในหมู่บ้านละแวกนี้ แทนที่จะพูดว่าคนอื่นอิจฉาที่ข้าคลอดลูกชายมาก ยังไม่สู้บอกว่าอิจฉาที่จูเหล่าโถวเลี้ยงลูกรอดมาได้ทุกคนมากกว่า…”
หลิวไป๋ฮวาตกตะลึง จริงด้วย ปีนั้นจูเหล่าโถวก็ยากจน แต่ครอบครัวในหมู่บ้านรอบเชิงเขาไท่ตังที่สามารถเลี้ยงลูกจนมีชีวิตรอดมาได้ทุกคนก็มีเพียงครอบครัวนี้แล้ว
ต่อให้เป็นครอบครัวของนางเอง ปีนั้นก็เพราะมารดาของนางอด ๆ อยาก ๆ ได้กินไม่อิ่มท้อง ถึงได้แท้งลูกไปคนหนึ่ง
ท่านน้าที่อาศัยอยู่ข้างเรือนนางคลอดลูกออกมาจนอายุสามสี่ขวบแล้ว สุดท้ายกลับหิวตาย
ยุคสมัยนี้คนหิวตายไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ครอบครัวไหนไม่เคยมีเรื่องแบบนี้บ้าง? แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงอดทนจนผ่านมาได้ก็เท่านั้น
“อีกอย่าง ตอนนี้ลูกชายข้าก็โตหมดแล้ว ทุกคนล้วนทำงานเก่ง ฐานะครอบครัวถึงได้ค่อย ๆ ดีขึ้นมาไม่ใช่หรือไร?” เย่อวี๋หรานกล่าวถึงประเด็นสำคัญ “อาจมีคนพูดว่า นั่นเป็นเพราะข้าแต่งให้ผู้ชายสกุลจู แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ ผู้ช