าเป่ากับเอ้อร์เป่ายังเล็กเพิ่งหัดเดินก็เป็นแบบนี้เหมือนกันใช่ไหมเจ้าคะ?”
หลิ่วซื่อย้อนนึกถึงท่าทางต้าเป่าและเอ้อร์เป่าในวัยเด็กก็ยิ้มออกมา กล่าวอย่างอ่อนโยนยิ่งนักว่า “เด็ก ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ พอพวกเขาโตแล้ว เดินได้มั่นคงแล้วก็ไม่เป็นแบบนี้อีก”
“ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ข้าถึงจะมีลูกได้อีกครั้ง” หลินซื่อทอดถอนใจอยู่ข้าง ๆ “เฮ้อ…ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ข้าแท้งไป ป่านนี้คงมีเด็กสักคนให้เล่นด้วยแล้ว”
“เจ้าจะร้อนใจไปทำไม? ข้ายังไม่คลอดเลย ถ้าเจ้าตั้งครรภ์ก่อน ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?” ไม่รู้ว่าหลิวซื่ออยากปลอบใจอีกฝ่ายจริง ๆ หรือเพียงกล่าวความทุกข์ลึก ๆ ในใจออกมา
ถึงอย่างไรสำหรับนางแล้ว ความจริงก็เป็นเช่นนี้
หลินซื่อยังไม่มีลูกก็ยังพอว่า ถ้ากระทั่งหลินซื่อก็มีลูกด้วยแล้ว เช่นนั้นในบรรดาสะใภ้สกุลจูก็เหลือแต่นางที่ยังไม่มีลูกน่ะสิ
ถ้านางยังไม่มีลูกอยู่แบบนั้นก็ต้องร้อนใจได้แล้ว
“ฮ่า ๆๆ…พี่สะใภ้รอง ท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ ตอนนี้ความเป็นอยู่ของครอบครัวเราดีขึ้นแล้ว พอท่านสะสมเงินไว้มากพอ ค่อยไปหาหมอในตำบล ถึงตอนนั้นรับรองว่าสามปีได้อุ้มลูกสองคน ได้เสพสุขในคราวเดียว” หลี่ซื่อฟังออกถึงความอิจฉาในคำพูดของอีกฝ่าย ไม่รอให้หลินซื่อออกปาก ก็ชิงพูดปลอบหลิวซื่อ
นางไม่สนว่าหลิวซื่อจะตั้งครรภ์หรือไม่ กลัวก็แต่หลิวซื่อจะสร้างปัญหา
จวนจะเก็บเกี่ยวอยู่แล้ว ถึงตอนนั้นจะต้องยุ่งกันมากแน่นอน ถ้าหลิวซื่อก่อเรื่องขึ้น