าวให้คนรู้เรื่องมากนัก คนมาร่วมงานศพจึงมีไม่มาก
จนกระทั่งเมื่อวานนี้ เมื่อเย่อวี๋หรานมาถึงค่อยให้คนช่วยไปแจ้งข่าวมรณกรรม ข่าวการตายของหลินหมู่จึงได้แพร่กระจายออกไป
ช่วงปีใหม่มีแค่ไม่กี่คนที่จะสมัครใจมาทำเรื่องเช่นนี้ หลินซื่อเองก็ไม่เต็มใจจะเชิญคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาร่วมงาน ดังนั้นคนที่ได้รับข่าวในเวลานี้ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นญาติที่ค่อนข้างใกล้ชิดกัน
เป็นต้นว่าหลินต้าเม่ย รวมถึงพี่น้องชายหญิงของหลินหมู่ที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือก็คือบรรดาท่านป้าท่านน้าและอาผู้ชายของหลินซื่อนั่นเอง
เนื่องจากยังเช้ามาก เย่อวี๋หรานจึงให้สามพี่น้องไปพักผ่อนกันก่อน รอจนมีคนมาแล้วค่อยออกมาพบหน้า
เห็นว่ามีผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่คอยกำกับดูแลอยู่ หลินซื่อก็ไม่ฝืนอยู่ต่อ พาน้องสาวสองคนกลับห้องทันที
ยามฟ้าสาง เวลาเคลื่อนคล้อย ญาติที่รู้ข่าวต่างทยอยมาถึงเรือน
พวกเขาทุกคนประหลาดใจยิ่งนัก พูดว่าหลินหมู่อายุยังน้อย ไฉนจึงด่วนจากไปเช่นนี้?
ที่น่าประหลาดกว่านั้นก็คือ ตอนก่อนจะขึ้นเขาไม่แจ้งข่าว แต่มาแจ้งข่าวหลังจากฝังศพไปแล้ว นี่เป็นการแจ้งข่าวเสียชีวิตอันใด?
ไม่ว่าทุกคนจะถามอย่างไร หลินซื่อก็มีเพียงคำตอบเดียว “เป็นอุบัติเหตุเจ้าค่ะ!”