รวจเร็วเข้า”
“ไม่มี” เย่อวี๋หรานปฏิเสธอย่างเฉยเมย แล้วเอ่ยว่า “ของสิ่งนี้ไม่มีพิษ ข้าตั้งใจปลูกเอาไว้เพื่อนำมาขยายพันธุ์ แต่นางกลับทำดีนัก ไม่ถามก็หยิบไปเอง ทำตัวเป็นโจรมาขโมยของในแปลงผักผู้อื่น ไม่รู้จักก็ช่างเถอะ ยังจะมากล่าวหาว่าข้าวางยาพิษนางอีกงั้นหรือ? ฮ่า! คิดว่าข้าใจดีหน่อยก็จะรังแกกันได้แล้วใช่ไหม?”
“หา เจ้านี่ไม่มีพิษหรือ? แต่…” หมอชาวบ้านตะลึง “แต่นางบอกว่า พอนางกินของสิ่งนี้เข้าไปแล้ว ในปากก็แสบร้อนเหมือนถูกพิษ ยังมีกระต่ายที่ข้าเลี้ยงไว้…”
“เหลวไหล! ท่านกินผลซิ่งแล้วไม่เปรี้ยวงั้นเรอะ? ของสิ่งนี้ก็เหมือนกับผลซิ่งนั่นแหละ แต่ไม่ได้มีรสเปรี้ยวเหมือนผลซิ่ง มันเผ็ด เผ็ดร้อนแผดเผา ตอนกินก็จะมีรสชาติแบบนี้”
“เช่นนี้เอง?” หมอชาวบ้านอึ้งไป หมายความว่าที่เขาทำมาทั้งหมดก็เท่ากับเสียเปล่าไปเลยน่ะสิ?
“อีกอย่าง ข้าขอเตือนท่านสักคำ กระต่ายกินหญ้า มันไม่กินผลซิ่งด้วยซ้ำ แล้วจะกินพืชที่เผ็ดร้อนงั้นหรือ? ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองก็แปลกแล้ว”
หมอชาวบ้านยืนยันอีกครั้ง “ไม่มีพิษจริง ๆ?”
เย่อวี๋หรานยืนยัน “ไม่มี”
คนรอบข้างฮือฮากันทันที
ไม่จริงมั้ง เจ้านี่ไม่มีพิษ?!
แล้วที่หญิงปากสว่างเอะอะโวยวายขนาดนั้น ตกลงแล้วเพื่ออะไรกันแน่?
จูหย่งหนิงตัวแข็งค้าง รู้สึกอับอายจนอยากขุดหลุมฝังตัวเองลงไปทั้งอย่างนั้น
เขาถึงขั้นอยากถามมารดาของตนเองว่า ตาข้างไหนบอดไปหรือ จึงได้สู่ขอคนที่น่าอับอายเช่นนี้มาให้เขา?!