วิตอยู่แล้วรึไง?!” เสี่ยวเถาเถาตกใจมาก แต่ก็รีบก้าวเข้าไปประคอง “ฉันไม่ได้จะทำอะไร ฉันแค่…”
ตอนนี้เด็กหนุ่มรู้สึกปวดร้าวจากการล้มกระแทกพื้น โดยเฉพาะขาพิการทั้งสองข้างซึ่งบิดเบี้ยวผิดรูป ทำให้ใบหน้าของเขาซีดเซียว
ทว่าเขาก็ไม่ได้หยุดความคิดชั่วร้ายที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ “ถอยไป!”
เสี่ยวเถาเถากำลังหัวเสีย เฝ่ยไป๋ลู่จึงเอ่ยขึ้นว่า “ฉันจะคุยกับเขาเอง”
เสี่ยวเถาเถารีบยกโทรศัพท์ขึ้น และวางไว้ข้างหน้าอันจวินเพื่อให้เขาดูไลฟ์สด
[ในสถานการณ์ที่พ่อแม่ของเขาจากไปแล้วทั้งคู่ เด็กหนุ่มที่ถูกครอบครัวลุงของรังแกอย่างโหดร้ายคนนี้ สตรีมเมอร์จะพูดยังไง? ฉันเตรียมปากกาและกระดาษไว้แล้ว เริ่มเลย!]
“บ้านที่พ่อแม่ของเขาทิ้งไว้ให้กำลังจะถูกรื้อ”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ได้เอ่ยโน้มน้าว และประโยคที่เธอพูดออกมา ก็ทำให้สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างมาก
เสี่ยวเถาเถาตกตะลึง
[ถูกรื้อ? จริงเหรอเนี่ย?! เป็นสองคำที่โคตรสะเทือนใจเลยที่สุดในโลกเลย!]
[ก็คงจะจริงละมั้ง? ขนาดขยะที่แมวคาบมายังเอามาจากย่านคนรวย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ก็ไม่แปลกถ้าที่ตรงนี้จะถูกรื้อถอน]
[น้องอันจวิน จากเด็กที่น่าสงสารกลายเป็นผู้ชนะในทันที! พอมีเงินแล้วก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องใต้ดินอีกต่อไป และยังรักษาขาได้ด้วย]
[พี่ชาย ฉันเป็นญาติที่พลัดพรากของคุณ!]
ทว่าอันจวินกลับไม่ได้มีความสุขเท่าไหร่
เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ราวกับภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ พร้อมกับแ