ววตาที่ดูน่ากลัว
“แต่สุดท้ายเงินจากการรื้อถอนก็ต้องตกไปอยู่ในมือของครอบครัวลุงผมไม่ใช่เหรอ?” เมื่อเห็นอันจวินพูดแบบนั้น เสี่ยวเถาเถาก็ตกตะลึง เขาค่อย ๆ ตระหนักได้ และรู้สึกเสียใจขึ้นมา
เฝ่ยไป๋ลู่ตอบ “ใครบอกกัน พ่อแม่ของเธอได้ทำพินัยกรรมก่อนที่พวกเขาจะเสียชีวิต ดังนั้นบ้านหลังนี้จะตกเป็นของเธอ”
สีหน้าของอันจวินว่างเปล่าไปครู่หนึ่ง เขาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยระคนแหบพร่า “เป็นไปไม่ได้”
หลังจากที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุ ญาติก็ไล่ออกจากบ้าน จนต้องมาอาศัยอยู่กับลุง
ครอบครัวลุงเข้ามายึดบ้านของเขา และผลักไสเขามาอยู่ที่ห้องใต้ดิน
เด็กหนุ่มยังจำวันนั้นได้ดี ตอนที่ลุงบังคับให้เขาไปอยู่ในห้องใต้ดินราวกับขยะ ด้วยสีหน้าไม่แยแส ‘เพื่อตอบแทนที่ฉันต้องเลี้ยงแก แม่ของเแกเลยยกบ้านนี้ให้กับฉัน และตรงนี้จะเป็นบ้านของแกต่อจากนี้ไป’
เฝ่ยไป๋ลู่ดูจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ “ลุงของคุณโกหก ถ้าเขามีสิทธิ์ในทรัพย์สินในบ้านจริง ๆ ทำไมเขาถึงต้องใช้เงินตั้งมากมายมาซื้อปริญญาให้ลูกชายล่ะ?”
จากนั้นเธอก็กล่าวอีกว่า “พินัยกรรมถูกซ่อนอยู่ในตุ๊กตาที่คุณมีเมื่อตอนยังเป็นเด็ก คุณบรรลุนิติภาวะแล้วเมื่อห้าวันก่อน เพราะงั้นตอนนี้พินัยกรรมก็มีผลแล้ว”
“เหมียว~ !” นี่ไง …แมวดำคาบตุ๊กตาปลาหมึกสีซีดมาวางลงข้างกายอันจวิน
อันจวินจึงเปิดมันออกมา และเขาก็เจอแฟลชไดรฟ์ พร้อมบันทึกการฆ่าตัวตายซ่อนอยู่ข้างใน
[สุดยอดแผนการของเฝ่ยไป๋ลู่