ใหญ่แล้วน่ะสิ”
ยุคสมัยนี้ ด่าคนไม่ด่ามารดา ตีคนไม่ตีหน้า ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับว่าแตกหักกันแล้ว ถ้าเสียโฉมเสียแล้ว ต่อไปผู้อื่นจะแต่งภรรยาได้อย่างไร?
แต่พวกนางก็นึกขึ้นมาได้ จูหย่งหนิงเป็นปู่คนแล้ว ถึงจะเสียโฉมก็ไม่เป็นไร
“ตอนนั้นมีคนอยู่เยอะ ทุกคนอยากแยกหญิงปากสว่างออกมา แต่ดึงอย่างไรก็ไม่ขยับ ยังมีหลายคนถูกนางข่วนอีกด้วย โมโหจนไม่อยากจะยุ่งกับนางอีกแล้ว คราวนี้นางซวยหนักแน่ ๆ”
หลี่ซื่อเหมาะจะเล่าเรื่องยิ่งนัก น้ำเสียงมีจังหวะจะโคน เรื่องวิวาทต่อยตีก็เล่าได้อย่างตื่นเต้นเร้าใจ ชวนให้คนลุ้นระทึก
เย่อวี๋หรานฟังสักพักก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเวลานางไปเจรจากับลูกค้า บรรดาท่านป้าท่านน้าเหล่านั้นจึงชอบคุยกับหลี่ซื่อนัก
หลี่ซื่อไม่เพียงช่างพูดช่างเจรจา แต่นางยังไม่อับจนเรื่องเล่า รอบรู้ข่าวซุบซิบ ทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนได้ฟังเรื่องราวแปลกใหม่
นอกจากนี้ เวลาพูดจากับนางก็สามารถทำให้อีกฝ่ายรู้สึกคันยุบยิบ อยากจะพูดความในใจออกมาดื้อ ๆ ด้วยเหตุนี้ พอรู้สึกตัวอีกทีก็เล่าสิ่งที่คิดออกไปโต้ง ๆ ให้นางฟังหมดแล้วโดยไม่ทราบสาเหตุ
ต่างคนต่างเล่าเรื่องซุบซิบ ก็ไม่นับว่าขาดทุนหรอกใช่ไหม?