หรานยังมีข่าวลือว่า ‘ที่บ้านสั่งสอนไม่เข้มงวด’ พวกนางทั้งสองคนก็เลิกคิดที่จะแต่งเข้าสกุลดี ๆ ไปได้เลย
เด็กสาวทั้งสามคนเห็นว่าคนก่อนหน้าออกไปไม่เป็นไร แต่พอถึงคราพวกตนกลับโดนดุจึงรู้สึกเศร้าใจขึ้นมา “ยังเลยเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นยังยืนทำอะไรอยู่เล่า? กลับเข้าห้องไปเสีย” เย่อวี๋หรานไล่พวกนางเข้าห้องไป
อีกด้านหนึ่ง จูหย่งหนิงที่กำลังทำงานอยู่ในไร่และข้าง ๆ ยังมีผู้ดูแลฝ่ายซ้ายและจูอู่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่
ทันใดนั้นก็มีคนรีบร้อนวิ่งเข้ามาบอกเขา “ลุงหนิง ท่านยังจะมามัวถอนหญ้าอะไรอยู่กัน เลิกถอนได้แล้ว เมียท่านสวมหมวกเขียวให้ท่านและหนีไปกับชายอื่นแล้ว!”
“อะไรนะ?!” ยังไม่ทันที่จูหย่งหนิงจะพูดออกมา จูอู่ก็พูดออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจเสียก่อน “เจ้าว่าอย่างไรนะ?”
“หญิงปากสว่างผู้นั้น นางหนีไปกับชายอื่นแล้ว” คนผู้นั้นสูดลมหายใจก่อนจะพูดต่อ “แต่ไม่เป็นไร นางหนีไม่รอด ไม่รู้นางไปทำอะไรเข้าจนชายคนนั้นโกรธแล้ววางยาพิษนาง ตอนนี้กำลังให้หมอดูอาการอยู่”
“คนอย่างหญิงปากสว่างยังมีชายแลด้วยหรือ?!” จูอู่โต้ออกมา รีบมองไปทางจูหย่งหนิงแล้วพูดว่า “ลุงหนิง ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ความหมายของข้าคือ หญิงปากสว่างก็อายุไม่น้อยแล้ว เป็นย่าคนแล้ว จะมีผู้ชายคนไหนเสียสติมาทำผิดศีลธรรม หญิงสาวที่ยังไม่แต่งงานกลับไม่สนใจ ทำไมถึงได้ไปสนใจหญิงเฒ่าที่ใบหน้ามีริ้วรอยแล้วเสียด้วยซ้ำเล่า?”
อันที่จริงเขาก็คิดว่าอย่างท่านแม่ของเ