็กที่โตแล้วอย่างเช่นจูปาเม่ย หลินซานเม่ย หรือหลินซื่อเม่ยย่อมเล่นไม่ได้อยู่แล้ว
พวกจูปาเม่ยสามคนเฝ้าอยู่ที่นั่น นอกจากช่วยดูแลซานเป่าและซื่อเป่า ยังมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้มีคน ‘แอบเล่น’ รวมถึงคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างพวกเด็ก ๆ ด้วย
“ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะ ข้าเย็บใกล้จะเสร็จแล้ว” จูปาเม่ยเห็นเย่อวี๋หรานเดินมาทางนี้ก็กุลีกุจอส่งตุ๊กตาผ้าที่เย็บใกล้จะเสร็จแล้วในมือไปให้ดู
ตุ๊กตาผ้ามีขนาดไม่ใหญ่นัก ขนาดประมาณฝ่ามือเท่านั้น เป็นกระต่ายน้อยธรรมดาตัวหนึ่ง ตัดเป็นรูปทรงพื้น ๆ เรียบง่าย
เมื่อเย็บเสร็จแล้วยัดฝ้ายเอาไว้ข้างใน ก็สามารถทำเป็นตุ๊กตาผ้าขนาดเล็กราวฝ่ามือได้แล้ว
เย่อวี๋หรานรับมาดูใกล้ ๆ “อืม ไม่เลว เย็บของพวกนี้ต้องมีน้ำอดน้ำทน ฝีเข็มถี่สักหน่อย ค่อย ๆ เย็บไปอย่างใจเย็น”
นางยังรับของหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยมาตรวจด้วยเช่นกันแล้วเอ่ยชมทุกคน
เห็นว่าพวกนางเย็บใกล้จะเสร็จแล้วจึงบอกให้ทำต่อไป เหลือช่องไว้เล็กน้อย นางไปหยิบของที่จะใช้ยัดไส้แล้วจะกลับมา
ตามความคิดของเย่อวี๋หราน หากไม่มีฝ้าย ใช้รำข้าวยัดไว้ข้างในก็ได้เหมือนกัน
แต่ยุคสมัยนี้ รำข้าวไม่ใช่อาหารเลี้ยงหมู แต่นำไปผสมกับข้าวให้คนกิน
ถึงรำข้าวจะค่อนข้างติดคอ แต่ของสิ่งนี้เป็นเปลือกของเมล็ดข้าว กินแล้วช่วยให้อิ่มท้องได้เช่นกัน ขอเพียงเติมลงไปแต่น้อยก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก
มีเพียงครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นจริง ๆ จึงจะเติมรำเข้าไปมาก ๆ
ดัง