ที่ไม่ทำอะไรเลย ฮือ ๆๆ…ท่านก็เป็นแม่คน ข้าได้ยินมาว่าท่านก็เอ็นดูลูกสาวแท้ ๆ มากเหมือนกัน ท่านน่าจะเข้าใจหัวอกข้า ถ้าลูกสาวท่านถูกคนเอาตัวไปแลกสะใภ้ ท่านจะไม่ปวดใจงั้นหรือ?”
“ประทานโทษ ข้าไม่เข้าใจหัวอกเจ้าหรอก” เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างเฉยเมยและเย็นชา “เพราะข้าคงไม่ใช้เล่ห์เพทุบาย ร้องไห้อ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ลูกสาวของข้า ข้าดูแลเองได้ ถ้ามีคนกล้ารังแกลูกสาวข้า ข้าก็ไม่เสียดายชีวิต แบกมีดไปเอาเรื่องคนคนนั้นโดยตรง”
เย่อวี๋หรานกล่าวพลางจ้องภรรยาของหลิวเหวินเกิน ถามว่า “เจ้ากล้าไหม?”
ภรรยาของหลิวเหวินเกินไม่ตอบ หากเอาแต่ร้องไห้พร่ำว่าหลิวไป๋ฮวาน่าเวทนาเพียงใด และตนเองน่าเวทนาเพียงใด
เย่อวี๋หรานหัวร่อ ‘เฮอะเฮอะ’ ในใจ ก่อนจะตวาดว่า “หยุดร้อง! ร้องหาพระแสงอะไร ร้องไห้แล้วแก้ปัญหาได้ไหม? ถ้าเจ้าเอาเรี่ยวแรงที่ใช้ร้องไห้ไปใช้กับอย่างอื่น ปัญหาก็คงจบไปนานแล้ว”
ภรรยาของหลิวเหวินเกินสะอึก เสียงร้องไห้เบากว่าเดิมเล็กน้อย
“อยากให้ข้าช่วยงั้นหรือ ได้ ข้าขอถามเจ้าก่อน เจ้ารักไป๋ฮวาลูกสาวของเจ้าจริง ๆ?”
“ใครเขาถามคำถามแบบนี้กันตรง ๆ บ้าง?” คนโบราณไม่คุ้นเคยกับการกล่าวคำว่า ‘รัก’ ออกมาตรง ๆ เย่อวี๋หรานมาถามเช่นนี้ ภรรยาของหลิวเหวินเกินจึงรู้สึกอึดอัดใจ
คนรอบข้างต่างก็รู้สึกแปลก ๆ ไม่มากก็น้อย
เย่อวี๋หรานทอดถอนใจ “ได้ ข้าเปลี่ยนวิธีถาม เจ้าเอ็นดูไป๋ฮวาลูกเจ้าจริง ๆ? เจ้าพูดแค่ว่าใช่หรือไม่ก็พ