้วกลับไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ “ชุดนี้สีฉูดฉาดเกินไปหรือเปล่า? ตอนจะย้อมสีผ้าข้าก็บอกแล้ว ซานจ้วงไม่ใช่เด็ก ๆ อีกแล้ว ไม่ต้องย้อมสีแดง เจ้าก็ยังจะเอาสีแดง เด็กหนุ่มหน้าละอ่อนคนหนึ่ง นี่ยังจะไปดูตัวอีก สวมชุดแดงทั้งตัวแบบนี้ก็มงคลดีอยู่หรอก แต่ว่าแดงบาดตาเกินไป”
“มงคลไม่ดีหรือ?” จูซานเสิ่นพูดเสียงอ่อน “ข้ารู้สึกว่าดียิ่ง มีชีวิตชีวา”
“ไม่ได้ เปลี่ยนเถอะ” เย่อวี๋หรานถามจูซานจ้วงว่ามีชุดอื่นหรือไม่
จูซานจ้วงตอบ “มีขอรับ ท่านป้า แต่ชุดพวกนั้นมีรอยปะ ชำรุดหมดแล้ว”
เย่อวี๋หรานได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว “เอามาให้ข้าดูก่อน”
สุดท้ายปรากฏว่าไม่มีชุดที่ถูกใจแม้แต่ชุดเดียว
ทำอย่างไรได้ นางได้แต่ให้พวกเขารอก่อน บอกว่าจะลองไปดูชุดของจูซื่อและจูอู่ ดูว่ามีชุดที่เหมาะสมสักชุดหรือไม่
“ซื่อหู่ไปด้วยกระมัง? ซื่อหู่ ชุดนั้นของเจ้าไม่ต้องใส่แล้ว พวกเจ้าสองคนใส่ชุดแดงทั้งคู่ ไม่เหมาะสม” เย่อวี๋หรานไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย วิจารณ์รสนิยมด้านความงามของจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นไปตรง ๆ
ไม่ใช่เด็กน้อยสามสี่ขวบเสียหน่อย จะสีแดงเข้มหรือสีแดงอ่อน ใส่ในวันปีใหม่หรือช่วงเทศกาลนั้นไม่มีปัญหา แต่ใส่ในวันดูตัวคงไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง
สกุลจูสวมชุดแดงในวันดูตัว?
ทั้งยังเป็นเด็กหนุ่มอีกต่างหาก
คนอื่นมาเห็นยังจะไม่รู้อีกหรือว่าครอบครัวเจ้าร้อนใจอยากแต่งงานไว ๆ? ฝ่ายหญิงคงได้เล่นตัวกันพอดี ถึงตอนนั้นคงยุ่งยากกว่าเดิม
ผู้ชายควรแต่งกา