ยให้ดูดีเสียหน่อย
จูซานจ้วงและจูซื่อหู่ยืนก้มหน้าสลดอยู่ตรงนั้น ไม่กล้าปริปากสักคำ
ส่วนจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นที่ถูกวิจารณ์ แม้จะไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าโต้แย้ง ใกล้จะออกไปดูตัวแล้ว ประเดี๋ยวยังต้องให้อีกฝ่ายช่วยอีก
ขณะนั้นจูซื่อและจูอู่ไปทำนาแล้ว ไม่ได้อยู่ที่เรือน เย่อวี๋หรานจึงไปคุยกับหลี่ซื่อและหลินซื่อแทน
แม่สามีต้องการสิ่งของ จะปฏิเสธได้อย่างไร?
พวกนางไปค้นหาเสื้อผ้าชุดใหม่ของสามีตนเองออกมาให้โดยไม่อิดออด
เย่อวี๋หรานได้ของที่ต้องการแล้วก็บอกให้พวกนางเฝ้าเรือนเอาไว้ให้ดี จากนั้นนางจึงย้อนกลับไปที่เรือนของจูเหล่าซาน
เมื่อจูซานจ้วงและจูซื่อหู่เปลี่ยนชุดใหม่คราวนี้ ผลลัพธ์ก็แตกต่างไปจากเดิม แม้ลูกสะใภ้จะเป็นคนย้อมสีผ้า แต่คนสวมเป็นลูกชายของนาง เพื่อไม่ให้เป็นที่ขายหน้า นางจึงสอดมือเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้ ไม่ให้พวกนางย้อมสีแปลก ๆ ออกมา
จูซื่อหู่อายุยังน้อยจึงสวมชุดสีน้ำเงินที่ค่อนข้างสว่าง ส่วนจูซานจ้วงอายุมากกว่าจึงสวมสีน้ำเงินเข้ม
ต่างก็เป็นสีน้ำเงินเหมือนกัน แต่เมื่อพวกเขาสวมแล้วกลับมอบความรู้สึกที่ต่างกันไปคนละแบบ
เย่อวี๋หรานยังไม่พอใจทรงผมของพวกเขา จึงบอกให้ทั้งสองคุกเข่าแล้วลงมือทำผมให้พวกเขาด้วยตนเอง
ทรงผมของผู้ชายในสมัยโบราณมีอยู่ไม่กี่แบบ แต่ชนบทไม่ได้พิถีพิถันอะไรมาก รวบง่าย ๆ เอาก็พอแล้ว แต่เมื่อเย่อวี๋หรานเป็นคนทำกลับไม่เหมือนเดิม ใช้เวลาครุ่นคิดเล็กน้อยก็รวบผมทั้งสองคนออกม