เก็บเอาไว้ให้ลูกชายลูกสาวบังเกิดเกล้าของข้า พวกเราสองคนประทับลายนิ้วมือเอาไว้ พอถึงคราวพวกเราแก่ตัวลง ลูกหลานจะได้ไม่เข้าใจผิด”
เย่อวี๋หรานย่อมต้องใคร่ครวญถึงสิทธิ์ประโยชน์ที่พึงแย่งชิงมาแทนพวกลูกชายลูกสาวอยู่แล้ว
นางไม่สนใจว่าจูเหล่าโถวจะมีลูกหรือไม่ แต่นางจะไม่ยอมให้พวกจูต้าถูกคนเอารัดเอาเปรียบเด็ดขาด
เย่อวี๋หรานไม่ได้โง่ ถึงจูเหล่าโถวจะอายุมากแล้ว แต่บุรุษสตรีแตกต่างกัน สตรีวัยสี่สิบห้าสิบปีเมื่อหมดระดูก็ไม่อาจมีลูกได้แล้ว แต่บุรุษวัยเจ็ดสิบแปดสิบยังมีอสุจิ ยังสามารถทำให้สตรีตั้งครรภ์ได้ดุจเดิม
สตรีผู้นั้นยังอายุน้อยกว่านาง ถ้าถึงตอนนั้นนางชราสังขารร่วงโรย สติเริ่มเลอะเลือน ผลสุดท้ายสตรีผู้นั้นอาศัยว่าตนเองอ่อนเยาว์งดงาม หลอกลวงจูเหล่าโถวแล้วฮุบเอากิจการที่นางสู้อุตส่าห์วางรากฐานเอาไว้ไปให้ลูกน้อยที่ถือกำเนิดจากอนุ แบบนั้นไม่เท่ากับว่านางใช้ชีวิตมาเสียเปล่าหรอกหรือ?
นางต้องพิจารณาผลกระทบทั้งหมดให้กระจ่าง จากนั้นก็ ‘ตัดไฟเสียแต่ต้นลม’
จูเหล่าโถวคิดไม่ถึงเลยว่าชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ภรรยาตรงหน้าก็พิจารณาไปถึงไหนต่อไหน เขาก็โมโหจนแทบลมจับ
“นี่ เจ้าอย่าเพิ่งเป็นลม ถ้าเจ้าเป็นลมไปจริง ๆ ข้าคนเดียวแบกเจ้ากลับไปไม่ไหวหรอกนะ” เย่อวี๋หรานเห็นเขาตัวโงนเงนก็ตกใจ รีบกล่าวว่า “ไอ้หยา เจ้ามีอะไรให้โมโหด้วยหรือ? ข้าแต่งให้เจ้ามาครึ่งค่อนชีวิต คลอดลูกชายอบรมลูกสาวให้เจ้า ลำบากมาทั้งชีวิ