อ้าปากค้างเป็นนานก็พูดไม่ออก “เจ้าไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกับข้าแล้ว?! ข้าว่าแล้วเชียว อนุสิบคนแปดคนอะไรกัน ที่แท้เจ้าก็ต้องการแบบนี้แต่แรกแล้วสินะ? เมียเฒ่า เจ้าเสียสติไปแล้ว เจ้าคิดจะหย่าข้า?! เจ้า ๆๆ…”
ถึงจะไม่มีหนังสือหย่า แต่พอคุณชายกานจากไป คำพูดของภรรยาเขาก็หมายความเช่นนี้เองไม่ใช่หรือ?
เขาว่าแล้วเชียว เรื่องนี้จะผ่านไปง่าย ๆ ได้อย่างไร ที่แท้ยังมีสิ่งที่จะตามมาอีก
ลมจุกอก จะหายใจเข้าหรือหายใจออกก็ล้วนลำบาก อัดอั้นจนเขารู้สึกทรมานยิ่งนัก
รวมเข้ากับความเจ็บปวดตรงก้นกบ จูเหล่าโถวรู้สึกว่าทั่วร่างล้วนไม่สบายไปหมด รู้สึกเหมือนจะระเบิดอย่างไรอย่างนั้น
ใช่แล้ว ไม่ผิด
เขารู้สึกว่าแม่ม่ายฉินอ่อนโยนเอาใจใส่กว่าจริง ๆ จิตใจจึงเริ่มหวั่นไหว แต่เขากับแม่ม่ายฉินก็ยังไปไม่ถึงขั้นนั้นนี่นา?
อีกอย่าง เขายังรู้ดีว่าครอบครัวนี้ขาดเมียเฒ่าไปไม่ได้ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าคนสองคนใช้ชีวิตด้วยกันมาครึ่งค่อนชีวิต กระทั่งหลานชายก็มีแล้ว แต่ก็ยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อีก
“เจ้ารู้ดีแก่ใจก็พอ ก็แค่รักษาหน้าให้เจ้า ไม่ให้พวกเราต้องวางตัวลำบาก ข้าก็จะไม่พูดออกไปแล้ว เรื่องจะได้ไม่ไปเข้าหูลูกชายลูกสะใภ้ พวกเขาจะลำบากใจเอาได้” เย่อวี๋หรานกล่าว “พอดีเลย ประเดี๋ยวกลับไปแล้ว ข้าจะเขียนรายละเอียดทั้งหมดให้ชัดเจน เจ้าจะเลี้ยงผู้หญิงก็ได้ไม่มีปัญหา แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่อาจได้รับส่วนแบ่งจากทรัพย์สินที่ข้าเป็นคนหามาได้ ข้าจะ