ามีความสัมพันธ์อันใดกับแม่ม่ายฉิน ขอให้ไร้ทายาทสืบสกุล ไม่ได้ตายดี”
จูเหล่าโถวเบิกตากว้าง “เจ้าจะใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว?! เจ้าถึงกับแช่งชักให้สกุลจูไร้ทายาทเชียวหรือ? นั่นเป็นลูกเจ้า เป็นเลือดเนื้อของเจ้านะ…”
เย่อวี๋หรานพูดตัดบทเขา “เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าหมายถึงลูกของเจ้าต่างหาก ไม่ใช่ลูกของข้า พวกเจ้าใหญ่ เจ้าวางใจได้ ถ้าเจ้าทำเรื่องที่ผิดต่อข้าจริง ข้าไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่จะให้พวกเขาตัดความสัมพันธ์กับเจ้าทันที ตัดขาดจากสกุลจูของเจ้า”
“เจ้า ๆๆ…” จูเหล่าโถวชี้หน้าเย่อวี๋หรานเนิ่นนานก็ยังพูดไม่ออก
เพราะคำพูดของนางทำให้เขาตะลึงพรึงเพริดเกินไป
แต่เขาก็ทราบว่าหากเป็นจริงดังนั้น ภรรยาผู้นี้ก็สามารถพูดได้ทำได้
ทันใดนั้น เขาก็พลันตระหนักได้ว่าเขาโชคดียิ่งนักที่เขากับแม่ม่ายฉินยังไปไม่ถึงขั้นนั้น ไม่อย่างนั้นละก็…
“ไม่ต้องรีบ ข้ายังพูดไม่จบ เจ้าอยากเลี้ยงผู้หญิงก็ไม่มีปัญหา วันหน้าพอฐานะครอบครัวดีขึ้นแล้ว มีเงินซื้อสาวใช้ ข้าจะซื้ออนุให้เจ้าสิบคนแปดคน ให้พวกนางปรนนิบัติรับใช้เจ้า แต่ตอนนี้ไม่ได้ เจ้าเจ็ดยังเรียนหนังสือ ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าก็กำลังจะเข้าเรียนในปีหน้า ถ้าเจ้ามีชื่อเสียงเสื่อมเสียเอาตอนนี้ก็จะกลายเป็นจุดด่างพร้อย จะทำลายชั่วชีวิตของเด็ก ๆ” เย่อวี๋หรานจ้องเขาพลางกล่าวต่อไปว่า “ถ้าเจ้ากล้าสร้างปัญหาขึ้นมาในตอนนี้ ข้าจะจัดการเจ้าให้สาสม ทำให้เจ้าไม่อาจมีชีวิตอย่างสงบ”
จูเหล่าโถวถึง