กับลมหายใจกระชั้น “เจ้าพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร? ผู้ใดอยากซื้ออนุ? ข้าก็บอกแล้ว ข้ากับแม่ม่ายฉินไม่มีอะไรทั้งนั้น ข้าแค่เห็นว่านางน่าสงสารก็เลยช่วยนาง”
“ข้ากลัวว่าเจ้าขาดผู้หญิงแล้วจะมีชีวิตต่อไปไม่ได้” เย่อวี๋หรานตบแขนเสื้อเบา ๆ “เจ้าวางใจได้ ข้าพูดได้ทำได้ อีกอย่างคุณชายกานก็เป็นพยานให้เจ้า กลับไปพวกเราค่อยร่างข้อตกลงขึ้นมาฉบับหนึ่ง รับรองว่าจะไม่ให้เจ้าเสียเปรียบ ก็แค่แม่ม่ายคนหนึ่งเท่านั้น วันหน้าผู้หญิงแบบใดบ้างที่เจ้าจะเลี้ยงไม่ได้? อดกลั้นเอาไว้ชั่วคราวก็จะได้รับผู้หญิงเต็มเรือนเป็นผลตอบแทน กำไรกว่ากันเห็น ๆ”
จูเหล่าโถวรู้สึกว่ายากจะรับได้ ชี้หน้าเย่อวี๋หรานอยู่นานก็พูดไม่ออก
“แน่นอน ถ้าเจ้ารู้สึกอะไรกับแม่ม่ายฉินจริง ๆ ทางที่ดีก็อยู่ให้ห่างนางเอาไว้ ข้าไม่อยากได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างลอยมาหรอกนะ ด้วยนิสัยของข้า ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่อยากเห็นข้าไปฉีกทึ้งผู้หญิงคนนั้นถึงเรือน อาละวาดให้พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ถ้าเป็นอย่างนั้น นางจะมีจุดจบอย่างไร ข้าก็ไม่รู้แล้ว” นอกจากข่มขู่จูเหล่าโถว เย่อวี๋หรานยังไม่ลืมใช้แม่ม่ายฉินเป็นจุดอ่อนมาควบคุมจูเหล่าโถวอีกที
นางไม่สนใจว่าจูเหล่าโถวมีความรู้สึกพิเศษต่อแม่ม่ายฉินหรือไม่ แต่ภายใต้สถานการณ์จำเพาะในตอนนี้ ย่อมไม่อาจปล่อยให้แพร่งพรายออกไป เสียงโจษจันแบบใดก็ตามล้วนสามารถส่งผลกระทบต่อบัณฑิตผู้หนึ่งได้ทั้งนั้น
เดิมทีสถานการณ์ของจูชีก็ไม่เหมือนคน