ากเรือนข้าแล้ว แทบไม่มีเรือนไหนมีมันเทศอีก เจ้าว่าถ้าตอนนี้ข้าบุกไปที่เรือนแม่ม่ายฉิน แล้วไปค้นเจอมันเทศในเรือนนางเข้า นางกับลูกชายจะมีจุดจบอย่างไร?” เย่อวี๋หรานกล่าวโดยจงใจมองข้ามกานอี้เซียน
จูเหล่าโถวตัวแข็งทื่อ แต่เขายังอยากดิ้นรน “เจ้าพูดอะไร? ข้าฟังไม่เข้าใจ…เมียเฒ่า อย่าพูดเหลวไหล ที่นี่มีคนนอกอยู่นะ”
“คนนอกอะไรกัน? เจ้าหมายถึงคุณชายกานงั้นหรือ? คนเขารู้เรื่องเจ้ากับแม่ม่ายฉินแต่แรกแล้ว ทั้งยังเคยมาเตือนข้า แต่ตอนนั้นข้าโง่เอง ไม่ได้คิดมาทางนี้ก็เท่านั้น”
จูเหล่าโถวมองไปทางกานอี้เซียนอย่างพรึงเพริด แทบไม่อยากจะเชื่อ
กานอี้เซียนประดักประเดิดยิ่งกว่าเดิม “คือว่า…คือว่า…ข้าไม่ได้อยากเอาเรื่องมาฟ้องหรอกนะ”
“เจ้าไม่ได้เอาเรื่องมาฟ้อง แล้วเจ้ามาพูดมั่วซั่วกับเมียเฒ่าทำไม?! ข้ากับแม่ม่ายฉินไม่มีอะไรทั้งนั้น พวกข้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง” จูเหล่าโถวโมโหสุดขีด คิดไม่ถึงเลยว่าเขากับแม่ม่ายฉินยังไปไม่ถึงขั้นนั้นก็เริ่มมีคนสาดน้ำโคลนใส่แล้ว
“เปล่า ข้าเปล่า…” กานอี้เซียนอธิบาย “ข้าแค่อยากเตือนจูต้าเหนียงว่าให้ระวังเรื่องความสัมพันธ์กับท่าน ถึงอย่างไรการแยกห้องนอนก็ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกระหว่างสามีภรรยาได้ง่าย…”
เขายังพูดไม่จบก็ถูกเย่อวี๋หรานผลักไปข้าง ๆ เสียก่อน
นางสาวเท้าไปยืนตรงหน้าจูเหล่าโถว ตีสีหน้าเย็นชาและเอ่ยว่า “เฮอะ! บริสุทธิ์ผุดผ่องเหลือเกินนะ บริสุทธิ์จนถึงขั้นที่เจ้าลงมือขโมยของในเร