ือนไปจุนเจือคนนอกด้วยตนเอง เจ้าช่างหน้าไม่อายจริง ๆ ขโมยของในบ้านตัวเองก็ช่างเถอะ แต่ยังขโมยแม้แต่ของที่สะใภ้รองเก็บหอมรอมริบเตรียมเอากลับไปให้บ้านเดิมวันนี้อีกต่างหาก จูเหล่าโถว ยางอายเจ้าอยู่ที่ไหน?”
จูเหล่าโถวมีสีหน้าปั้นยาก “ข้าเอาไปเอง แล้วจะทำไม? นางแต่งเข้าสกุลจูของข้า กินของของสกุลจู อาศัยอยู่ในเรือนสกุลจู ยังจะเอาสิ่งของในเรือนสกุลจูกลับไปจุนเจือบ้านเดิมอีก อาศัยอะไร?”
“ก็อาศัยสองมือของนางทำงานหาเอาน่ะสิ” เย่อวี๋หรานตอบโต้กลับไป “ปกตินางขึ้นเขาทำนา มีวันไหนไม่ทำงานบ้าง? ทำชาด ทำอาหาร ย้อมสีผ้า มีงานอะไรที่นางไม่ได้ทำบ้าง? นางกินใช้อย่างกระเบียดกระเสียร สะสมสิ่งของเหล่านั้นมาอย่างไม่ง่ายดาย นางจะแสดงความกตัญญูต่อแม่ตัวเองสักหน่อยแล้วมันจะเป็นไรไป? นางก็มีพ่อแม่เลี้ยงดูมาเหมือนกันนะ”
“นางออกเรือนเข้าสกุลจูของข้ามาแล้ว ตอนยังเป็นก็เป็นคนสกุลจู ตอนตายไปแล้วก็เป็นผีสกุลจู ตั้งแต่หัวจรดเท้าล้วนเป็นของสกุลจู ข้าบอกว่านั่นเป็นของของสกุลจูก็คือของของสกุลจู”
“ในเมื่อของเหล่านั้นเป็นของสกุลจู แล้วที่เจ้าเอาของของสกุลจูไปให้แม่ม่ายคนหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้า เช่นนั้นข้าก็ควรพาคนไปจับตัวพวกนางทั้งบ้านเอาไว้ด้วยสินะ? จะได้จับได้ทั้งคนทั้งของกลางพอดีเลย”
“เจ้าเสียสติไปแล้ว?!” จูเหล่าโถวไม่อยากจะเชื่อ เขาหันกลับมาถลึงตาใส่เย่อวี๋หราน “ก็แค่มันเทศไม่กี่หัว เจ้าคิดจะทำอะไร?! ถ้าเจ้าทำแบ