บมาได้ ทุกฝ่ายก็มีเรื่องรำคาญใจน้อยลง
ถ้าสู่ขอคนเจ้าปัญหากลับมา ตอนนี้สองครอบครัวเริ่มกลับมาไปมาหาสู่กันแล้ว จะไม่ได้รับผลกระทบเลยได้อย่างไร?
ครั้นเห็นอีกฝ่ายตกปากรับคำ อย่าว่าแต่จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นที่โล่งอก แม้แต่พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูก็รู้สึกว่าพอจะวางใจได้เสียที
จะว่าไปก็ประหลาดนัก ปกติรังเกียจเย่อวี๋หรานกันอย่างกับอะไรดี แต่ครั้นประสบปัญหา พวกเขากลับอดจะคิดไม่ได้ว่านางพึ่งพาได้มากกว่า
เฮ้อ…คนเรา บางครั้งก็ซับซ้อนเช่นนี้เอง
เย่อวี๋หรานนั่งสนทนากับทางนี้ครู่ใหญ่ พลาดเวลาอาหารเช้ามานานแล้ว
นางมองสีท้องฟ้า ยังคงห่างจากเวลามื้อกลางวันอยู่พอสมควร จึงคิดว่าจะแวะไปดูที่ทุ่งนาสักหน่อย เพราะนอกจากทุ่งนา นางก็คิดไม่ออกแล้วว่าจูเหล่าโถวยังจะไปที่ใดได้อีก
ระหว่างทาง นางก็พบกับจูจยา
“แดดจัดขนาดนี้ ท่านจะไปที่ใดหรือ?” จูจยาสวมหมวกงอบ ท่าทางเหมือนเพิ่งกลับมาจากทุ่งนา
เย่อวี๋หรานมองทิศทางที่เขาจากมาก็คล้ายว่าจะเพิ่งกลับมาจากที่นาของตนเอง จึงเอ่ยถามว่า “อาจูจยาเพิ่งกลับมาจากทุ่งนาของครอบครัวข้าใช่หรือไม่? เจ้าเห็นจูเหล่าโถวหรือเปล่า? แดดเปรี้ยงถึงเพียงนี้ ข้าเกรงว่าเขาทำงานกลางแดดแล้วจะจับลมร้อนเอาได้” นางหาข้ออ้างที่เหมาะสมให้กับตัวเอง
“ไม่เห็นนะ”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณแล้ว อาจูจยา” เย่อวี๋หรานหันกลับ
ขณะนั้นเอง จูจยาพลันกล่าวขึ้นว่า “ท่านลองไปดูทางตะวันตก บางครั้งเขาก็จะไปเดินเตร็ดเตร่แถว ๆ เนิ