งพลอยตึงเครียดตามไปด้วย สนิทกันแล้วอย่างไรหรือ? ในเชิงเขาไท่ตังแห่งนี้ พี่สาวน้องสาวออกเรือนให้ลูกพี่ลูกน้องผู้ชายครอบครัวเดียวกันก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่แปลกอะไรนี่นา?
“ตอนต้นฤดูใบไม้ผลิปีนี้ พวกเจ้าก็เริ่มดูตัวแล้ว แต่ตอนนั้นพวกเขายังไม่ถูกใจครอบครัวพวกเจ้า แต่กลับวกมาหาพวกเจ้าหลังจากที่พวกข้าเก็บเกี่ยวมันเทศกันแล้ว ทั้งยังยื่นเงื่อนไขเช่นนี้ พวกเจ้าไม่รู้สึกว่าแปลก ๆ บ้างหรือ?”
จูซานเสิ่นส่ายหน้า “เรื่องนี้แปลกตรงไหนเจ้าคะ? ใคร ๆ พอได้ยินว่าบ้านผู้อื่นมีอะไรแปลกใหม่ก็เปรี้ยวปากอยากลองชิมบ้างเป็นธรรมดานี่นา?”
“ข้าคิดว่าพวกเจ้าสอบถามให้ชัดเจนจะดีกว่า ตกลงแล้วใครกันแน่ที่เสนอว่าอยากชิมมันเทศ” เย่อวี๋หรานกล่าว “ถ้าแม่นางผู้นั้นเป็นคนพูดเอง พวกเจ้าก็ต้องใคร่ครวญให้ดีแล้วว่านางมี
‘ความคิดแยบคาย’ เช่นนี้ พวกเจ้าแน่ใจหรือว่าหลังนางออกเรือนมาแล้ว พวกเจ้าจะทำใจยอมให้นางข่มได้?”
จูซานเสิ่นไม่เข้าใจ “นี่นับเป็น ‘ความคิดแยบคาย’ อะไรกัน? ก็แค่อยากได้ประโยชน์เล็กน้อย ชิมของแปลกใหม่เท่านั้นไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านพูดให้ชัด ๆ กว่านี้ได้หรือไม่เจ้าคะ?” จูซื่อเสิ่นฉลาดอยู่บ้าง นางกล่าวว่า “ท่านก็รู้ พวกข้าไม่ได้ฉลาดเท่าท่าน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ถูกท่านข่มมานานเพียงนี้หรอกเจ้าค่ะ”
เพื่อลูกชายแล้ว จูซื่อเสิ่นรู้สึกว่าตนเองต้องเสียสละครั้งใหญ่ทีเดียว กระทั่งเรื่องที่ถูก ‘ข่มเหงรังแก’ มานานปี